thansettakij
Meta ผนึก NVIDIA ทุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับซูเปอร์ ล้ำสมัยที่สุดในโลก

Meta ผนึก NVIDIA ทุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับซูเปอร์ ล้ำสมัยที่สุดในโลก

18 ก.พ. 2569 | 09:38 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.พ. 2569 | 09:45 น.

Meta ประกาศยุทธศาสตร์ร่วมกับ NVIDIA ติดตั้งชิปตระกูล Blackwell และ Rubin จำนวนหลายล้านตัวในศูนย์ข้อมูลระดับโลก มุ่งสร้าง "ปัญญาประดิษฐ์ระดับซูเปอร์" ให้เข้าถึงผู้ใช้งานหลายพันล้านคน พร้อมนำระบบประมวลผลความปลอดภัยสูงมาใช้ใน WhatsApp เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

KEY

POINTS

  • Meta ร่วมมือกับ NVIDIA สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดมหึมาที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก เพื่อยกระดับการวิจัยและประมวลผล AI
  • ศูนย์ข้อมูลใหม่จะติดตั้ง GPU รุ่นล่าสุดของ NVIDIA (Blackwell และ Rubin) หลายล้านตัว พร้อม CPU และระบบเครือข่ายความเร็วสูง เพื่อการฝึกฝนและใช้งานโมเดล AI โดยเฉพาะ
  • เป้าหมายสูงสุดของความร่วมมือคือการสร้างคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลัง เพื่อพัฒนาและส่งมอบ "ปัญญาประดิษฐ์ระดับซูเปอร์" (Personal Superintelligence) ให้กับผู้คนทั่วโลก

การประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวระหว่าง Meta และ NVIDIA ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขนาดมหึมา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของระบบประมวลผลและการวิจัย AI ระดับพรมแดนใหม่ของโลก ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานแบบ On-premises, Cloud และ AI

ภายใต้ความร่วมมือนี้ Meta จะสร้างศูนย์ข้อมูลระดับ Hyperscale ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับการฝึกฝนโมเดล (Training) และการนำไปใช้งานจริง (Inference) โดยหัวใจสำคัญคือการติดตั้งหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ตระกูล Blackwell และ Rubin รุ่นล่าสุดของ NVIDIA จำนวนหลายล้านตัว รวมถึงการใช้ NVIDIA CPU และระบบเครือข่ายความเร็วสูง Spectrum-X Ethernet เพื่อให้การรับส่งข้อมูลในระบบ Facebook Open Switching System มีประสิทธิภาพสูงสุด

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Meta เปิดเผยว่า การขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ในครั้งนี้จะใช้แพลตฟอร์ม Vera Rubin เพื่อสร้างคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งมอบ "ปัญญาประดิษฐ์ระดับซูเปอร์" (Personal Superintelligence) ให้กับทุกคนในโลกได้ใช้งานจริง

Meta ผนึก NVIDIA ทุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับซูเปอร์ ล้ำสมัยที่สุดในโลก ด้าน เจนเซ่น ฮวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA ระบุว่า ปัจจุบันไม่มีใครติดตั้งระบบ AI ในระดับที่ใหญ่เท่ากับ Meta อีกแล้ว ซึ่งการที่ Meta นำงานวิจัยระดับแนวหน้ามาผนวกกับโครงสร้างพื้นฐานระดับอุตสาหกรรม จะช่วยขับเคลื่อนระบบการแนะนำเนื้อหาและการปรับแต่งเฉพาะบุคคลสำหรับผู้ใช้หลายพันล้านคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ชูจุดเด่นประหยัดพลังงานและยกระดับความเป็นส่วนตัว

นอกเหนือจากความแรงของเครื่องประมวลผล Meta ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง "ประสิทธิภาพต่อวัตต์" โดยมีการเลือกใช้ NVIDIA Grace CPU ที่ประหยัดพลังงานสูง และมีแผนจะขยายการใช้งานชิป Vera CPU ในวงกว้างภายในปี 2570 เพื่อลดการใช้พลังงานในศูนย์ข้อมูลตามกลยุทธ์ความยั่งยืนระยะยาว

ที่สำคัญ Meta ได้นำระบบ NVIDIA Confidential Computing มาใช้งานกับ WhatsApp เพื่อประมวลผลฟีเจอร์ AI ต่างๆ โดยที่ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจะยังคงได้รับความคุ้มครองอย่างเข้มงวด ซึ่งเทคโนโลยีการประมวลผลที่เป็นความลับนี้จะถูกขยายผลไปยังบริการอื่นๆ ในเครือของ Meta ต่อไปในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายอุปกรณ์ แต่เป็นการร่วมออกแบบ (Codesign) ระหว่างทีมวิศวกรของทั้งสองบริษัท เพื่อปรับแต่งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับโมเดล AI ยุคถัดไปที่ต้องรองรับภาระงานมหาศาลจากผู้ใช้ 2,000 ล้านคนทั่วโลก

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • AI
  • Meta
  • NVIDIA