

KEY
POINTS
การประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวระหว่าง Meta และ NVIDIA ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขนาดมหึมา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของระบบประมวลผลและการวิจัย AI ระดับพรมแดนใหม่ของโลก ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานแบบ On-premises, Cloud และ AI
ภายใต้ความร่วมมือนี้ Meta จะสร้างศูนย์ข้อมูลระดับ Hyperscale ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับการฝึกฝนโมเดล (Training) และการนำไปใช้งานจริง (Inference) โดยหัวใจสำคัญคือการติดตั้งหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ตระกูล Blackwell และ Rubin รุ่นล่าสุดของ NVIDIA จำนวนหลายล้านตัว รวมถึงการใช้ NVIDIA CPU และระบบเครือข่ายความเร็วสูง Spectrum-X Ethernet เพื่อให้การรับส่งข้อมูลในระบบ Facebook Open Switching System มีประสิทธิภาพสูงสุด
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Meta เปิดเผยว่า การขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ในครั้งนี้จะใช้แพลตฟอร์ม Vera Rubin เพื่อสร้างคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งมอบ "ปัญญาประดิษฐ์ระดับซูเปอร์" (Personal Superintelligence) ให้กับทุกคนในโลกได้ใช้งานจริง
ชูจุดเด่นประหยัดพลังงานและยกระดับความเป็นส่วนตัว
นอกเหนือจากความแรงของเครื่องประมวลผล Meta ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง "ประสิทธิภาพต่อวัตต์" โดยมีการเลือกใช้ NVIDIA Grace CPU ที่ประหยัดพลังงานสูง และมีแผนจะขยายการใช้งานชิป Vera CPU ในวงกว้างภายในปี 2570 เพื่อลดการใช้พลังงานในศูนย์ข้อมูลตามกลยุทธ์ความยั่งยืนระยะยาว
ที่สำคัญ Meta ได้นำระบบ NVIDIA Confidential Computing มาใช้งานกับ WhatsApp เพื่อประมวลผลฟีเจอร์ AI ต่างๆ โดยที่ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจะยังคงได้รับความคุ้มครองอย่างเข้มงวด ซึ่งเทคโนโลยีการประมวลผลที่เป็นความลับนี้จะถูกขยายผลไปยังบริการอื่นๆ ในเครือของ Meta ต่อไปในอนาคต
ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายอุปกรณ์ แต่เป็นการร่วมออกแบบ (Codesign) ระหว่างทีมวิศวกรของทั้งสองบริษัท เพื่อปรับแต่งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับโมเดล AI ยุคถัดไปที่ต้องรองรับภาระงานมหาศาลจากผู้ใช้ 2,000 ล้านคนทั่วโลก