
เบลเยียมระอุ เกิดระเบิดนอกโบสถ์เมืองลีแยฌ เชื่อเป็นการต้านยิวรุนแรง
เกิดเหตุระเบิดขึ้นก่อนรุ่งสางนอกโบสถ์ยิวในเมืองลีแอจ ประเทศเบลเยียม เสียหายหนัก นายกเทศมนตรีประณามกร้าวเป็น "การกระทำที่รุนแรงจากการต่อต้านชาวยิว" คาดปมขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเป็นเหตุ
KEY
POINTS
- เกิดเหตุระเบิดรุนแรงบริเวณด้านหน้าโบส์เก่าแก่ของชาวยิวในเมืองลีแยฌ ประเทศเบลเยียม ส่งผลให้อาคารเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
- นายกเทศมนตรีเมืองลีแยฌประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากการต่อต้านชาวยิวอย่างรุนแรง และเป็นการจงใจโจมตี
- มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุระเบิดครั้งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สำนักข่าว brusselssignal สื่อประเทศเบลเยียม รายงานเหตุการณ์ระลอกใหม่ที่สร้างความสั่นสะเทือนในยุโรป เมื่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงบริเวณด้านหน้าธรรมศาลาของชุมชนชาวอิสราเอลในเมืองลีแยฌ (Liège) ประเทศเบลเยียม เมื่อช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ตัวอาคารและทรัพย์สินโดยรอบได้รับความเสียหายอย่างหนัก
พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. แรงอัดฉีดทำให้หน้าต่างของธรรมศาลาแตกกระจาย รวมถึงอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้รับความเสียหายเช่นกัน โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
นายวิลลี เดอไมเยอร์ (Willy Demeyer) นายกเทศมนตรีเมืองลีแยฌ ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านสถานีวิทยุ La Première โดยระบุว่าเป็น "การกระทำที่รุนแรงอย่างยิ่งจากการต่อต้านชาวยิว (Anti-Semitism)" พร้อมเสริมว่าจากข้อมูลเบื้องต้นแทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่านี่คือการจงใจโจมตีเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง
นอกจากนี้ นายเทศมนตรียังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุระเบิดครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งปกติแล้วเมืองลีแยฌจะมักไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงในลักษณะนี้เมื่อเทียบกับกรุงบรัสเซลส์หรือแอนต์เวิร์ป
ทางด้านนายอีฟส์ ออชินสกี้ (Yves Oschinsky) ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรชาวยิวในเบลเยียม (CCOJB) ได้กล่าวว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่ากังวลและร้ายแรงอย่างยิ่งสำหรับชุมชนชาวยิวในเบลเยียม
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่และเร่งตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด โดยส่งมอบคดีให้แก่ตำรวจธนารักษ์ของรัฐบาลกลาง (Judicial Federal Police) เพื่อดำเนินการสืบสวนหามือมืดที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป

