thansettakij
thansettakij
“ตะวันออกกลาง” มีกี่ประเทศ สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ลุกลามกระจายไปประเทศอะไรบ้าง

“ตะวันออกกลาง” มีกี่ประเทศ สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ลุกลามกระจายไปประเทศอะไรบ้าง

03 มี.ค. 2569 | 05:25 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มี.ค. 2569 | 05:32 น.

ภูมิภาคตะวันออกกลาง ดินแดนเชื่อมต่อเอเชีย-แอฟริกา-ยุโรป มีประเทศอะไรบ้าง 72 ชั่วโมง หลังเกิดสงคราม “สหรัฐ-อิหร่าน” ลุกลามกระจายไปแล้วกี่ประเทศ

KEY

POINTS

  • ภูมิภาคตะวันออกกลางประกอบด้วย 17 ประเทศหลัก ซึ่งมีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่สำคัญของโลก
  • สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว
  • ความขัดแย้งได้ลุกลามไปยังหลายประเทศ ส่งผลให้สหรัฐฯ ออกคำเตือนให้พลเมืองอพยพออกจาก 14 ประเทศและดินแดนในภูมิภาคทันที
  • สงครามสร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินในหลายประเทศ เช่น อิหร่าน, อิสราเอล, เลบานอน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

“ตะวันออกกลาง” (Middel East) เป็นภูมิภาคเชื่อมต่อเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ประกอบด้วย ประเทศหลัก 17 ประเทศ ได้แก่ คาบสมุทรอาหรับ : ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), กาตาร์, คูเวต, โอมาน, บาห์เรน, เยเมน กลุ่มลิแวนต์/อาหรับ : อิรัก, ซีเรีย, จอร์แดน, เลบานอน, ปาเลสไตน์ ประเทศอื่นๆ : อียิปต์, ตุรกี, อิหร่าน, อิสราเอล, ไซปรัส

ภูมิภาคนี้มีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์มานับพันปี และเป็นแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมที่สำคัญของโลก  โดยประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม  ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดคือ อียิปต์ ตุรกี และอิหร่าน ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุด

สถานการณ์ความคุกกรุ่นเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนกระทั่งปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สถานการณ์ในภูมิภาคได้ก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์จากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขยายวงกว้างจนกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจไปทั่วโลก

สงครามที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จากปฏิบัติการชิงโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ความขัดแย้งได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนให้พลเมืองอพยพออกจาก 14 ประเทศและดินแดนในตะวันออกกลางทันที

“ตะวันออกกลาง” มีกี่ประเทศ สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ลุกลามกระจายไปประเทศอะไรบ้าง

เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง ได้แก่ บาห์เรน อียิปต์ อิหร่าน อิรัก อิสราเอลและดินแดนปาเลสไตน์ จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน

ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังสงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “สหรัฐฯ-อิสราเอล” โจมตี “อิหร่าน” จนเกิดการตอบโต้อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมากมาย

ชีวิต: มีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมากในหลายประเทศ เช่น อิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 153 ราย (รวมถึงนักเรียนจากการโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วน), เลบานอน 31 ราย, อิสราเอล 9 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3 ราย และทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บสาหัสอีก 5 นาย

ทรัพย์สินและวัฒนธรรม: พระราชวังโกเลสถานในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ได้รับความเสียหายจากการโจมตี นอกจากนี้ สหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายไปแล้วกว่า 1,250 แห่ง ภายใน 48 ชั่วโมงแรก

บรรยากาศในสนามบินดูไบ

เศรษฐกิจโลก: การสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะยานเกือบ 9% ทันที และมีการคาดการณ์ว่าอาจพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อุตสาหกรรมการบินต้องระงับเที่ยวบินขนานใหญ่ในฮับสำคัญอย่างดูไบ อาบูดาบี และโดฮา

สงครามสร้างผลกระทบที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ดังนี้:

อิหร่าน: เป็นศูนย์กลางของการถูกโจมตี ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตพร้อมครอบครัวจากการโจมตีในกรุงเตหะราน โครงสร้างพื้นฐานและฐานทัพทั่วประเทศถูกถล่มอย่างหนัก

อิสราเอล: เปิดฉากยุทธการชิงโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง และต้องเผชิญกับคลื่นขีปนาวุธตอบโต้จากอิหร่านและจรวดจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จนต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ

เลบานอน: กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ประกาศล้างแค้นให้อิหร่านและยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ส่งผลให้อิสราเอลโจมตีทางอากาศกลับอย่างหนักในกรุงเบรุต และสั่งอพยพประชาชนในกว่า 50 หมู่บ้านทางตอนใต้

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: เกิดเหตุระเบิดที่โรงแรมในนครดูไบ และฐานทัพอากาศอัลมินฮัดของออสเตรเลียถูกโจมตี สนามบินดูไบและอาบูดาบีต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราว

กาตาร์: มีการสกัดกั้นขีปนาวุธเหนือกรุงโดฮา กองทัพกาตาร์ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของอิหร่านตก 2 ลำ และต้องระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

ซาอุดีอาระเบีย: เกิดการโจมตีด้วยโดรนต่อสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาดจนเกิดไฟไหม้ และโรงงานผลิตน้ำมันถูกโจมตี

จอร์แดน: สามารถสกัดขีปนาวุธได้บางส่วน แต่มีรายงานวัตถุและสะเก็ดระเบิดตกในดินแดนมากกว่า 100 ครั้ง

อิรัก, บาห์เรน, คูเวต และโอมาน: พบการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ สนามบิน และเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่ง ซึ่งสร้างความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังคงทวีความรุนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงโดยง่าย ท่ามกลางการเตรียมแผนอพยพพลเมืองจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ย้ำจุดยืนเป็นกลางและเร่งประสานการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซถึง 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับประเทศไทย

หมายเหตุ : สถานการณ์ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569