
เปิดตัวเลขคนไทยในตะวันออกกลาง 1.1 แสนคน กต.ชงแผนอพยพเข้าสมช.พรุ่งนี้
กระทรวงการต่างประเทศ เกาะติดสถานการณ์หลังถล่มอิหร่านและข่าวการถึงอสัญกรรมของผู้นำสูงสุด ยืนยันคนไทยกว่า 1.1 แสนคนยังปลอดภัย พร้อมหางสถิติรายประเทศและเปิดแผนอพยพช่วยเหลือเข้าที่ประชุม สมช. 2 มี.ค.นี้
KEY
POINTS
- กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เปิดเผยตัวเลขคนไทยในตะวันออกกลางมีจำนวนประมาณ 110,000 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิสราเอล
- กต. เตรียมเสนอแผนอพยพช่วยเหลือคนไทยต่อที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 2 มีนาคมนี้
- สถานการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นหลังอิสราเอลโจมตีทางอากาศในอิหร่าน และอิหร่านโจมตีตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ
- ได้มีการจัดตั้ง War Room และเปิดให้คนไทยในอิหร่านและอิสราเอลลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอกลับประเทศแล้ว
วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงสรุปผลการประชุมติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าส่วนราชการไทยในต่างประเทศทุกแห่งในภูมิภาคดังกล่าว
อัปเดตสถานการณ์ความตึงเครียด
นายปาณิดลระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาประเทศไทย อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศไปยังพื้นที่เป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะรานและเมืองต่าง ๆ ทั่วอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านทำการโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธไปยังฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในหลายประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย รวมถึงบางส่วนของอิรัก
นอกจากนี้ สำนักข่าวตัสนีมของอิหร่านยังได้ยืนยันการถึงอสัญกรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิต ณ ที่พำนักขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ในขณะนี้จึงมีความอ่อนไหวสูงและน่ากังวลอย่างยิ่ง
มาตรการช่วยเหลือและแผนอพยพ
กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อคุ้มครองคนไทย ดังนี้:
1.จัดตั้งศูนย์ War Room: เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์
2.ศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมง: กรมการกงสุลได้เปิดศูนย์ประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่คนไทย
3.แผนอพยพตามความสมัครใจ: มีการเตรียมความพร้อมเรื่องเส้นทางและพาหนะในการอพยพ โดยอาจมีการประสานความร่วมมือกับมิตรประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศหากจำเป็น
การลงทะเบียนกลับไทย:
อิหร่าน: สถานทูตฯ ณ กรุงเตหะราน เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ปัจจุบันมีคนไทยแจ้งความประสงค์กลับไทย 29 คน (นักศึกษาและแรงงาน)
อิสราเอล: สถานทูตฯ ณ กรุงเทลอาวีฟ สื่อสารกับชุมชนไทยใกล้ชิดผ่าน 4 หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน ขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์กลับไม่เกิน 20 คน เนื่องจากสายการบินปกติยังเปิดให้บริการและมีเส้นทางอพยพทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้
กางสถิติคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง
จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่ามีคนไทยพำนักอยู่ในภูมิภาคนี้รวมประมาณ 110,000 คน ซึ่งในภาพรวมยังไม่มีรายงานว่าได้รับผลกระทบรุนแรงหรือได้รับบาดเจ็บ โดยมีรายละเอียดจำนวนคนไทยในแต่ละประเทศ ดังนี้:
- อิสราเอล: 65,000 คน
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE): 20,163 คน
- ซาอุดีอาระเบีย: 7,342 คน
- บาห์เรน: 6,500 คน
- กาตาร์: 4,750 คน
- อียิปต์: 3,700 คน
- โอมาน: 1,116 คน
- คูเวต: 1,019 คน
- จอร์แดน: 723 คน
- อิหร่าน: 250 คน
- อิรัก: 237 คน
- เยเมน: 120 คน
- เลบานอน: 118 คน
- ซีเรีย: 40 คน
การดำเนินการในขั้นต่อไป
ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อหารือถึงผลกระทบในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคง รวมถึงพิจารณาแผนช่วยเหลือคนไทยโดยคำนึงถึงความท้าทายเรื่องการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยกประเด็นการดูแลนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่ติดค้างอยู่ในประเทศไทยเนื่องจากการปิดน่านฟ้า โดยจะมีการประสานกับกระทรวงมหาดไทยและ ตม. เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องระเบียบการพำนักต่อไป





