thansettakij
หุ้นสหรัฐร่วง ผวา 'ด้านมืด AI' จับตาเงินเฟ้อรอบใหม่ ชี้ชะตาดอกเบี้ย

หุ้นสหรัฐร่วง ผวา 'ด้านมืด AI' จับตาเงินเฟ้อรอบใหม่ ชี้ชะตาดอกเบี้ย

17 ก.พ. 2569 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2569 | 08:25 น.

วอลล์สตรีทดิ่งรับสัปดาห์ซื้อขายสั้น หลัง AI ส่อเค้าดิสรัปต์หลายอุตสาหกรรม นักลงทุนกำเงินรอระทึกดัชนีค่าครองชีพสหรัฐฯ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด พร้อมปมการเมืองเขย่าเก้าอี้ประธานเฟดใหม่

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่อง "ด้านมืดของ AI" ที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการเงิน ซึ่งอาจเข้ามาทดแทนแรงงานและลดบทบาทที่ปรึกษา
  • นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญ (ดัชนี PCE) และรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย
  • แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะเผชิญแรงกดดัน แต่หุ้นกลุ่มพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากนโยบายลดภาษี

ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดฉากสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงด้วยแรงกดดันอย่างหนัก หลังปิดทำการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องในวันประธานาธิบดี โดยดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลงกว่า 0.3% ขณะที่ Nasdaq 100 ร่วงแรง 0.8% และ S&P 500 ปรับลง 0.5% ท่ามกลางความกังวลที่แพร่กระจายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ

AI Scare Trade พ่นพิษเขย่าหลายเซกเตอร์

ปรากฏการณ์ "AI scare trade" หรือการซื้อขายด้วยความกลัวผลกระทบจาก AI เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในวงกว้าง ไม่เพียงเฉพาะหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังลามไปถึงกลุ่มโลจิสติกส์และการเงิน โดยหุ้น ซี.เอช. โรบินสัน (C.H. Robinson) ร่วงหนัก 11% หลังมีการเปิดตัวเครื่องมือ AI ที่ช่วยขยายงานขนส่งได้โดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มบริหารความมั่งคั่งอย่าง ชาร์ลส์ ชวาบ (Charles Schwab) และ เรย์มอนด์ เจมส์ (Raymond James) ปรับตัวลดลง 10% และ 8% ตามลำดับ หลังจากมีความกังวลว่าระบบอัตโนมัติจะเข้ามาลดบทบาทที่ปรึกษาการลงทุนและกระทบต่อโครงสร้างค่าธรรมเนียมในอนาคต

 

 

 

 

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญ

ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนต่างมุ่งเป้าไปที่การประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อ รวมถึงรายงานการประชุมเฟดในวันพุธ

หุ้นสหรัฐร่วง ผวา 'ด้านมืด AI' จับตาเงินเฟ้อรอบใหม่ ชี้ชะตาดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตามองประเด็นความโปร่งใสของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ผู้ที่ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" เสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการเซ็น "พันธสัญญาความจงรักภักดี" ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ

นโยบายภาษีหนุนหุ้นพลังงาน–อุปโภคบริโภค

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มเทคโนโลยีจะเผชิญมรสุม แต่หุ้นในกลุ่มพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากกฎหมาย Big Beautiful Bill Act ที่เน้นการลดภาษีนิติบุคคลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนักวิเคราะห์จากหลายสถาบันมองว่า แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้นจากกระแส AI แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงมีปัจจัยหนุนที่ช่วยประคองตลาดไว้ได้

ที่มา  Yahoo Finance