

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้เป็น อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์หลัก เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยวางเป้าหมายระยะยาวภายในปี 2573 ดังนี้:
ทั้งนี้ จากข้อมูลในปี 2568 พบว่ารายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.5 ล้านล้านเยน ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งรายได้เข้าประเทศที่ใหญ่เป็น อันดับ 2 ของญี่ปุ่น เป็นรองเพียงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีมูลค่า 17 ล้านล้านเยนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาคุณภาพการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ญี่ปุ่นมีแผนเพิ่มจำนวนพื้นที่ดำเนินมาตรการรับมือปัญหา ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) จากเดิม 47 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวจาก "จีน" ที่ปรับตัวลดลงอย่างมากนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ท่ามกลาง ความสัมพันธ์อันตึงเครียด ระหว่างสองประเทศ
ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องปรับแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบกระจายความเสี่ยง โดยเน้นการสร้างฐานลูกค้าที่ไม่พึ่งพาตลาดจากประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไป