'ทรัมป์' ลั่น ไม่มีทางถอย ครบ 1 ปี America First ขู่รีดภาษีไวน์ฝรั่งเศส 200%

21 ม.ค. 2569 | 03:09 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 03:20 น.

โลกเผชิญจุดแตกหัก! ทรัมป์ ที่ครองตำแหน่งครบ 1 ปี สมัยที่ 2 ย้ำ "กรีนแลนด์" คือภารกิจเร่งด่วน ลั่นไม่มีวันถอยหลังกลับ พร้อมประกาศสงครามภาษี 10% ถล่มยุโรป และขู่รีดภาษีไวน์ฝรั่งเศส 200% ขณะที่ผู้นำ EU เตรียมงัด "บาซูก้าทางการค้า" ตอบโต้

KEY

POINTS

  • ในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ทรัมป์ประกาศจุดยืน "ไม่มีทางถอย" ในแผนการเข้าครอบครองกรีนแลนด์
  • ขู่เรียกเก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% เพื่อตอบโต้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง
  • เตรียมบังคับใช้กำแพงภาษี 10% กับสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรปที่คัดค้านแผนการผนวกกรีนแลนด์
  • ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ทำให้เกิดแรงต้านจากผู้นำยุโรปที่เตรียมใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 โดยใช้เวทีแถลงข่าวยาวกว่า 1 ชั่วโมง 40 นาที ยืนยันยุทธศาสตร์ขยายดินแดนและการใช้นโยบายภาษีบีบพันธมิตรตะวันตก การใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทั้งทางการทหาร เศรษฐกิจ และการทูต เพื่อบรรลุเป้าหมาย "America First" โดยไม่สนแรงเสียดทานจากพันธมิตรดั้งเดิม

โดยทรัมป์ประกาศกร้าวผ่านโซเชียลมีเดียว่าแผนการเข้ายึดครองกรีนแลนด์นั้น "ไม่มีการถอยหลังกลับ" (no going back) และดินแดนแห่งนี้ถือเป็น "ความจำเป็นเร่งด่วน" (imperative) ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

ในการแถลงข่าว ณ ทำเนียบขาว ก่อนออกเดินทางไปร่วมประชุม World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่าแผนการนี้จะสำเร็จลุล่วง

โดยระบุว่าเขามีกำหนดการประชุมหลายนัดเกี่ยวกับกรีนแลนด์ในดาโวส และทิ้งท้ายอย่างมีเงื่อนงำเมื่อถูกถามถึงขอบเขตความพยายามในการเข้าซื้อดินแดนนี้ว่า "เดี๋ยวคุณจะได้รู้กัน" (You’ll find out)

เปิดศึกภาษี 8 ชาติยุโรป – เล็งถล่มไวน์ฝรั่งเศส 200%

ตามรายงานจากแหล่งข้อมูล สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้กำแพงภาษี 10% กับสินค้าทุกชนิดจาก 8 ประเทศในยุโรปที่คัดค้านการผนวกกรีนแลนด์ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าจะจัดเก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% เพื่อตอบโต้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่ปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วม "คณะกรรมการแห่งสันติภาพ" (Board of Peace) ในกาซาที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำ

ยุโรปประกาศกร้าวเตรียมตอบโต้ด้วย "บาซูก้าทางการค้า"

ปฏิกิริยาจากผู้นำยุโรปเป็นไปอย่างดุเดือด โดยอัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยืนยันว่าอธิปไตยของกรีนแลนด์และเดนมาร์กเป็นเรื่องที่ "ไม่สามารถนำมาต่อรองได้" และเรียกการขู่เก็บภาษีของทรัมป์ว่าเป็นความผิดพลาด

ขณะที่ประธานาธิบดีมาครงออกมาเตือนถึงโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ไร้กฎเกณฑ์ โดยเน้นย้ำว่าเขาให้ความสำคัญกับ "ความเคารพ" มากกว่า "คนพาล" ปัจจุบันสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาใช้เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับทางการค้า หรือที่เรียกว่า "บาซูก้าทางการค้า" (trade bazooka) เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และอาจระงับข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม

ความสั่นคลอนของ NATO และระเบียบโลกใหม่

ทรัมป์ยังได้ตั้งคำถามถึงความหมายของ NATO โดยเฉพาะหลักการป้องกันร่วมกันตาม มาตรา 5

โดยเขาแสดงความกังขาว่าหากสหรัฐฯ ถูกโจมตี ชาติสมาชิกจะยอมมาช่วยหรือไม่ แม้เขาจะอ้างว่าตนเองทำเพื่อ NATO มามากที่สุดก็ตาม

สถานการณ์นี้ทำให้ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ถึงกับกล่าวว่า "ระเบียบโลกเก่าจะไม่มีวันกลับมา" และพันธมิตรตะวันตกต้องเริ่มจินตนาการถึงโลกที่ปราศจากผู้นำอย่างสหรัฐฯ

รุกคืบน้ำมันเวเนซุเอลา – ปัญหาร้อนในมินนิโซตา

นอกเหนือจากประเด็นกรีนแลนด์ ทรัมป์ยังได้เปิดเผยความสำเร็จในการเข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันในเวเนซุเอลา โดยระบุว่ามีการดึงน้ำมันออกมาแล้วกว่า 50 ล้านบาร์เรลเพื่อขายในตลาดโลก หลังจากปฏิบัติการนำตัวนิโคลัส มาดูโร มาดำเนินคดีในสหรัฐฯ

ในส่วนของนโยบายภายในประเทศ ทรัมป์ยังคงยืนหยัดในมาตรการปราบปรามผู้อพยพที่รุนแรงในมินนิโซตา โดยใช้ถ้อยคำดูหมิ่นชุมชนชาวโซมาลี และออกมากล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ Renee Nicole Good พลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิงเสียชีวิตว่า "เข้าใจได้ทั้งสองฝ่าย" พร้อมปกป้องเจ้าหน้าที่ว่าอาจมีการทำอะไรรุนแรงเกินไปบ้างในสถานการณ์ที่ยากลำบาก