เจาะลึก 'Board of Peace' ใต้เงา 'ทรัมป์' คำเชิญถึงไทยเป็นบอร์ดสันติภาพของโลก

20 ม.ค. 2569 | 02:34 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ม.ค. 2569 | 02:47 น.

กต. ไทยศึกษาข้อเสนอกองทุนแสนล้าน! ทรัมป์เชิญร่วม ‘Board of Peace’ จัดระเบียบโลกใหม่ ยุติสงครามกาซา พบเงื่อนไขสุดช็อกจ่าย 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อสมาชิกภาพถาวร ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เป็น ‘UN สาขาทรัมป์’

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยได้รับเชิญจากโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เข้าร่วม "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการและฟื้นฟูฉนวนกาซาหลังสงคราม
  • การเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการมีเงื่อนไขที่ต้องจ่ายเงินสมทบสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในภารกิจฟื้นฟูกาซาภายใต้การควบคุมของประธานองค์กร
  • องค์กรดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติว่าเป็นความพยายามสร้าง "สหประชาชาติคู่ขนาน" และอาจเป็นโครงการ "ลัทธิอาณานิคมใหม่" เนื่องจากขาดการมีส่วนร่วมจากชาวปาเลสไตน์

กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace หรือ BoP)

ข้อริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการครอบคลุมเพื่อยุติความขัดแย้งในกาซา (Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict) โดยขณะนี้ทางการไทยระบุว่าอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน

แม้ในหลักการไทยจะยินดีสนับสนุนแนวทางเพื่อสันติภาพและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์บนพื้นฐานข้อมติสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศก็ตาม

Board of Peace คืออะไร? : องค์กรจัดระเบียบโลกใหม่ใต้ทรัมป์

Board of Peace ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 โดยมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธาน

องค์กรนี้ได้รับอาณัติจากข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2803 เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ การฟื้นฟู และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในฉนวนกาซาหลังสิ้นสุดสงคราม

ทรัมป์ได้นิยามองค์กรนี้ว่าเป็น "คณะกรรมการที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดเท่าที่เคยมีการรวบรวมมา"

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในร่างธรรมนูญของ BoP ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เนื่องจากระบุเงื่อนไขว่าประเทศสมาชิกที่ต้องการที่นั่งถาวร 

ในคณะกรรมการจะต้องจ่ายเงินสมทบสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) ภายในปีแรก มิฉะนั้นจะมีวาระดำรงตำแหน่งเพียง 3 ปีเท่านั้น

โดยเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ในภารกิจฟื้นฟูกาซาภายใต้การควบคุมของประธาน BoP

โครงสร้างอำนาจ 3 ระดับ และตัวละครสำคัญ

โครงสร้างของ Board of Peace ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน แบ่งเป็น 3 ระดับหลัก

1. Main Board : ประกอบด้วยผู้นำจากเกือบ 60 ประเทศที่ได้รับเชิญ โดยมีทรัมป์เป็นประธานถาวร

2. Executive Board : เน้นด้านการทูต การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน มีสมาชิกที่น่าสนใจอย่าง จาเร็ด คุชเนอร์ (บุตรเขยทรัมป์) มาร์โก รูบิโอ (รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ) และ โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

3. Gaza Executive Board : ทำหน้าที่ควบคุมคณะกรรมการระดับชาติของปาเลสไตน์ (NCAG) ในการบริหารพื้นที่กาซาโดยตรง

ปฏิกิริยาของนานาชาติ: ความหวัง การคัดค้าน และความกังวลเรื่องอาณานิคมใหม่

ท่าทีของแต่ละประเทศต่อการเชิญเข้าร่วม BoP มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มที่ตอบรับอย่างกระตือรือร้น: ผู้นำอย่าง ฆาบิเอร์ มิเลย์แห่งอาร์เจนตินา, วิกเตอร์ ออร์บัน แห่งฮังการี และ เอดี รามา แห่งแอลเบเนีย ได้ตอบรับคำเชิญทันที โดยมองว่าเป็นเกียรติและเป็นก้าวสำคัญในระดับนานาชาติ

ขณะที่ เวียดนาม โดยเลขาธิการพรรคโต เลิม ก็ยืนยันการเข้าร่วมในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งเช่นกัน

กลุ่มที่รอความชัดเจน: รัสเซียยืนยันว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้รับคำเชิญและกำลังศึกษา "รายละเอียดเชิงลึก" ร่วมกับวอชิงตัน

เช่นเดียวกับแคนาดา ที่นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ยอมรับในหลักการแต่ยังกังวลเรื่องภาระทางการเงิน

ความขัดแย้งกับอิสราเอล: นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงต่อองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารกาซา โดยระบุว่าไม่ได้มีการประสานงานกับอิสราเอลและขัดต่อนโยบายของประเทศ

ข้อวิจารณ์จากยุโรปและนักวิชาการ: รัฐมนตรีต่างประเทศของไอร์แลนด์และนักวิจารณ์หลายคนแสดงความกังวลว่า BoP อาจกลายเป็น "สหประชาชาติคู่ขนาน" ที่บั่นทอนอำนาจของ UN เดิม

นอกจากนี้ยังถูกมองว่าเป็นโครงการ "อาณานิคมใหม่" (Neocolonialism) เนื่องจากไม่มีตัวแทนชาวปาเลสไตน์ในคณะกรรมการระดับสูง แต่กลับเต็มไปด้วยนักธุรกิจและนักอสังหาริมทรัพย์ที่อาจเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการฟื้นฟูพื้นที่

การที่ประเทศไทยได้รับเชิญในครั้งนี้จึงเป็นโจทย์ทางการทูตที่ท้าทายอย่างยิ่ง ว่าจะเลือกวางบทบาทอย่างไรในองค์กรที่ถูกมองว่าเป็นความพยายามของทรัมป์ในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีค่าสมาชิกเป็นเงินมหาศาลเช่นนี้