
จับตา 'ทรัมป์' กู้คะแนนนิยม ลุยดีลหยุดยิง 60 วัน ช่วยเรือ 2 พันลำ ออกจากฮอร์มุซ
สื่อนอกวิเคราะห์ เกมเดินหมากบนเส้นลวด วิกฤตคะแนนนิยมบีบ "ทรัมป์" ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม พ.ย.นี้ เดินเกมใหม่ ลุยดีลลับอิหร่าน หยุดยิง 60 วัน หรือ 2 เดือน หวังระบายเรือน้ำมัน 2,000 ลำกลางฮอร์มุซออกมากแก้ปัญหาราคาน้ำมันโลก
KEY
POINTS
- ทรัมป์ผลักดันข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและกู้คะแนนนิยมที่ตกต่ำก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
- เป้าหมายหลักของข้อตกลงคือการช่วยเหลือเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้ากว่า 2,000 ลำที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถเดินทางได้
- ข้อตกลงมีเงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
ท่ามกลางวิกฤตคะแนนนิยมที่ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ "ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" กำลังเผชิญกับสถานการณ์บีบคั้นที่ต้องเลือกระหว่างการรักษาภาพลักษณ์ผู้นำสายแข็งกับการเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเพื่อพยุงคะแนนเสียงก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมช่วง พ.ย.นี้
ล่าสุดมีรายงานสื่อต่างประเทศ ถึงการบรรลุร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) เบื้องต้นเพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยมีเป้าหมายเร่งด่วนคือการปลดล็อกเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้ากว่า 2,000 ลำที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ข้อตกลงนี้จะถูกคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มนักการเมือง "สายเหยี่ยว" ในพรรครีพับลิกัน แต่ความกังวลเรื่องราคาพลังงานดิบที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและฐานเสียงในสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ต้องเร่งหาทางออกทางการทูตอย่างเลี่ยงไม่ได้
เดิมพันเลือกตั้งกลางเทอม: ทุบราคาน้ำมันผ่านดีลหยุดยิง 60 วัน
ในขณะที่พรรครีพับลิกันกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึง ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงได้กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อฐานเสียงของทรัมป์
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเรือกว่า 2,000 ลำจอดรอคอยการระบายออกจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งหากข้อตกลงหยุดยิง 60 วันมีผลบังคับใช้ จะทำให้อุปทานน้ำมันมหาศาลไหลกลับเข้าสู่ตลาดโลกทันที
เบสเซนต์ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการกู้คืนความเชื่อมั่นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน
ร่างข้อตกลงนี้กำหนดกรอบเวลาให้การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 30 วัน พร้อมเริ่มกระบวนการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์อย่างละเอียดในช่วงเวลา 60 วันที่เหลือ เพื่อให้มั่นใจว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างมีเสถียรภาพก่อนที่วันเลือกตั้งจะมาถึง
เงื่อนไขสุดหิน "No Dust, No Dollars" และการทวงคืนทรัพย์สิน 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
แม้จะต้องการลดราคาน้ำมัน แต่ทรัมป์ยังคงยึดถือมาตรฐานที่เข้มงวดในการเจรจา โดยใช้แนวคิด "No Dust, No Dollars" หรือ "ไม่มีฝุ่นยูเรเนียม ก็ไม่มีเงินดอลลาร์" เพื่อกดดันให้อิหร่านต้องส่งมอบหรือทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมด
ภายใต้ร่าง MOU ฉบับนี้ สหรัฐฯ จะยินยอมให้รัฐบาลเตหะรานเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดมูลค่าสูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.4 แสนล้านบาท) รวมถึงยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือสำคัญ แต่เงื่อนไขแลกเปลี่ยนคืออิหร่านต้องยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์อย่างถาวรและยอมรับการตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงยืนกรานว่าสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมคือ "เส้นตาย" ที่ไม่สามารถเจรจาได้ ซึ่งสร้างภาวะชะงักงันทางยุทธศาสตร์ในขณะนี้
คำขู่ถึงโอมานและสมรภูมิที่ยังเดือด: อุปสรรคใหญ่ของดีลสันติภาพ
ในมิติของความมั่นคง ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยัง "โอมาน" ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการทางทหารหากโอมานให้ความร่วมมือกับอิหร่านในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ (Toll) ในช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ย้ำชัดว่า "ไม่มีใครจะมีสิทธิ์ควบคุมช่องแคบนี้เพียงผู้เดียว" เนื่องจากเป็นน่านน้ำสากล
สถานการณ์ในภาคสนามยังคงเปราะบางอย่างยิ่ง
เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในคูเวต (แม้จะถูกสกัดกั้นไว้ได้) เพื่อตอบโต้ที่กองทัพสหรัฐฯ โจมตีฐานโดรนในเมืองบันดาร์ อับบาส
การปะทะแบบ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" นี้บั่นทอนความเชื่อมั่นในข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ขยายปฏิบัติการยึดครองพื้นที่ในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นเป็น 70% ซึ่งสวนทางกับความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาคของทรัมป์อย่างชัดเจน
การเดินหมากบนเส้นลวดของทรัมป์
นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์กำลังเล่นเกมที่เสี่ยงสูง (High-stakes gamble) หากเขายอมลงนามในดีล 60 วันนี้ เขาจะถูกกลุ่ม "สายเหยี่ยว" ในพรรค เช่น สว. ลินด์เซย์ เกรแฮม โจมตีว่าอ่อนแอและซ้ำรอยข้อตกลงในยุคโอบามา
แต่หากเขาปฏิเสธดีลและเลือกใช้วิธีทางทหารต่อ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่ทำลายโอกาสในการชนะเลือกตั้งกลางเทอมของพรรครีพับลิกัน ความสำเร็จของดีลนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่เงื่อนไขบนกระดาษ แต่ขึ้นอยู่กับว่าทรัมป์จะสามารถ "ปิดงาน" และนำเสนอชัยชนะนี้ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ได้ทันท่วงทีหรือไม่ ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามจนเกินควบคุม







