KEY
POINTS
ผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวรอยเตอร์และอิปซอส (Reuters/Ipsos) จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 1,248 คน ระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม 2026 พบว่าสาธารณชนในสหรัฐฯ มีความเห็นที่แตกแยกอย่างชัดเจนต่อกรณีที่กองทัพสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงในเวเนซุเอลาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร โดยมีผู้เห็นด้วย 33% ไม่เห็นด้วย 34% และอีก 32% ยังไม่ตัดสินใจ
การสำรวจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์คุมตัวนายมาดูโรพร้อมกับนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ออกจากกรุงการากัส เพื่อส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ ในข้อหายาเสพติดและอาวุธปืน
ค้านสหรัฐฯ เข้าปกครองและคุมบ่อน้ำมัน
เมื่อถามถึงประเด็นว่าสหรัฐฯ ควรเข้าปกครองเวเนซุเอลาจนกว่าจะมีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ พบว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่คัดค้าน (คัดค้าน 44% เห็นด้วย 34%) ขณะที่สถานการณ์ในเวเนซุเอลากำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว โดยนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการแล้ว
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวอ้างคำพูดของนางโรดริเกซว่า "เราจะทำทุกอย่างตามที่คุณต้องการ" พร้อมเสริมว่าเธอ "ไม่มีทางเลือกมากนัก" นอกจากนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังระบุผ่านการให้สัมภาษณ์กับ NBC ว่า เวเนซุเอลาจะยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วันข้างหน้า
สำหรับประเด็นการเข้าควบคุมบ่อน้ำมันของเวเนซุเอลา เสียงส่วนใหญ่แสดงท่าทีคัดค้าน (คัดค้าน 46% เห็นด้วย 29%) โดยมีความเห็นต่างตามขั้วการเมืองอย่างรุนแรง กลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 59% เห็นด้วยกับการคุมบ่อน้ำมัน ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต 74% คัดค้านแนวคิดนี้
กังวลการแทรกแซงและภาระงบประมาณ
ผลโพลยังสะท้อนความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมมากเกินไป โดย 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่ากังวล (38% กังวลมาก) ซึ่งสมาชิกพรรคเดโมแครตกังวลสูงถึง 90% ส่วนพรรครีพับลิกันกังวล 54%
นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้ในการแทรกแซงครั้งนี้ยังเป็นที่กังวลของประชาชนเกือบ 7 ใน 10 คน ขณะที่มีเพียง 27% เท่านั้นที่ไม่รู้สึกกังวลกับภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น
ที่มา Statista