กลาโหมเวเนซุเอลา แฉ สหรัฐฯ บุกจับ 'มาดูโร' สังหารหมู่ทีมอารักขากว่า 40 ราย

05 ม.ค. 2569 | 08:07 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ม.ค. 2569 | 08:23 น.

กลาโหมเวเนซุเอลา แฉสหรัฐฯ สังหารหมู่ทีมอารักขา-พลเรือนอย่างเลือดเย็น ระหว่างปฏิบัติการบุกจับตัว 'มาดูโร' และภริยา ชี้เป็นภัยคุกคามระเบียบโลก ขณะคิวบาเผยพลเมืองดับเซ่นเหตุนี้ 32 ศพ

KEY

POINTS

  • รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลาประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่บุกเข้าจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ส่งผลให้ทีมอารักขาเสียชีวิตจำนวนมาก โดยสื่อต่างชาติรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย
  • เวเนซุเอลากล่าวหาว่าการกระทำของสหรัฐฯ เป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง และเป็นภัยคุกคามต่อระเบียบโลก
  • ปัจจุบันประธานาธิบดีมาดูโรถูกควบคุมตัวในนิวยอร์กเพื่อรอการดำเนินคดี ขณะที่กองทัพเวเนซุเอลาได้ประกาศสนับสนุนรองประธานาธิบดีขึ้นเป็นรักษาการผู้นำประเทศ

นายวลาดิเมียร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งเวเนซุเอลา ออกแถลงการณ์ประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าทีมรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ถูกสังหารอย่าง "เลือดเย็น" ในระหว่างการบุกจู่โจมเพื่อเข้าจับกุมตัวผู้นำเวเนซุเอลา

"ปฏิบัติการดังกล่าวมีการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ส่งผลให้ทีมอารักขา ทหาร และพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องเสียชีวิต"

กลาโหมเวเนซุเอลา แฉ สหรัฐฯ บุกจับ 'มาดูโร' สังหารหมู่ทีมอารักขากว่า 40 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าแม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากฝั่งเวเนซุเอลา แต่มีรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า การโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ศพ

ขณะที่รัฐบาลคิวบาได้ออกมาประกาศว่ามีพลเมืองของตน 32 ราย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศให้กับเวเนซุเอลา เสียชีวิตจากการปะทะและการทิ้งระเบิดในครั้งนี้ด้วย

ทางด้านรัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา ยังได้กล่าวหาว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้จับกุมมาดูโรและนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรงและเป็น "ภัยคุกคามที่แท้จริงต่อระเบียบโลก" พร้อมทั้งเตือนว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลาได้ ในอนาคตก็อาจเกิดขึ้นกับประเทศใดก็ได้ในโลก

กลาโหมเวเนซุเอลา แฉ สหรัฐฯ บุกจับ 'มาดูโร' สังหารหมู่ทีมอารักขากว่า 40 ราย

นอกจากนี้ เขายังได้วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ ว่าพยายามนำลัทธิอาณานิคมภายใต้ "หลักการมอนโร" (Monroe Doctrine) กลับมาบังคับใช้ในภูมิภาคละตินอเมริกาอีกครั้ง

ปัจจุบัน ประธานาธิบดีมาดูโรถูกคุมขังอยู่ที่สถานกักกันในนิวยอร์กเพื่อรอการดำเนินคดีในข้อหายาเสพติด ซึ่งเจ้าตัวได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 ประธานาธิบดีมาดูโรถูกคุมตัวที่สหรัฐอเมริกา (ภาพลิขสิทธิ์รอยเตอร์ส)

ในขณะที่สถานการณ์ภายในเวเนซุเอลา กองทัพได้ประกาศให้การสนับสนุนนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้นำประเทศทันทีตามคำสั่งศาลฎีกา

กลาโหมเวเนซุเอลา แฉ สหรัฐฯ บุกจับ 'มาดูโร' สังหารหมู่ทีมอารักขากว่า 40 ราย

พร้อมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและเตรียมพร้อมกำลังพลทั่วประเทศเพื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานจากภายนอก