ดร.อัทธ์ วิเคราะห์ปม สหรัฐฯ-เวเนฯ เตือนปี69 ภูมิรัฐศาสตร์เดือด

05 ม.ค. 2569 | 07:19 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ม.ค. 2569 | 07:36 น.

“ดร.อัทธ์” ชี้เกมใหญ่สหรัฐฯ คุมเวเนซุเอลา ไม่ใช่แค่โค่นผู้นำ แต่หวังฮุบทรัพยากร คานอำนาจ OPEC+ พร้อมเตือนปี 69 โลกเผชิญ ระเบียบใหม่-ภูมิรัฐศาสตร์เดือด

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนซุเอลาเพื่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ ทั้งน้ำมันราคาถูกจากระยะทางขนส่งที่ใกล้ ,แร่หายาก เพื่อลดการพึ่งพาจีน และการทวงคืนสินทรัพย์ให้บริษัทอเมริกัน
  • การฟื้นฟูการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาจะทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นมหาอำนาจด้านพลังงาน สามารถคานอำนาจกลุ่ม OPEC+ และมีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันโลกลดลง
  • การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อจีนซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ และถูกมองว่าเป็นการสร้าง "ระเบียบโลกใหม่" ที่อาจเป็นบรรทัดฐานให้มหาอำนาจอื่นใช้ความชอบธรรมในลักษณะเดียวกัน

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ฐานทอล์ค” ช่องเนชั่นทีวี 22 วิเคราะห์ถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ จับตัวนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา รวมถึงกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศว่าจะบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายโอนอำนาจอย่างปลอดภัย

โดยดร.อัทธ์ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างอำนาจพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกในปี 2569 โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผลประโยชน์มหาศาล น้ำมันราคาถูกและแร่หายาก

แม้การผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาจะมีต้นทุนสูง แต่สหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากระยะทางขนส่งที่ใกล้เพียง 2,000 กว่ากิโลเมตร ซึ่งสั้นกว่าการนำเข้าจากตะวันออกกลางที่ต้องขนส่งไกลนับหมื่นกิโลเมตร ทำให้ชาวอเมริกันมีโอกาสได้ใช้น้ำมันราคาถูกลง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมุ่งเป้าไปที่ทรัพยากรอื่น อย่างแร่หายาก (Rare Earth), ทองคำ และเหล็ก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศจีน

อีกประเด็นที่สำคัญคือการทวงคืนสินทรัพย์ โดยบริษัทสหรัฐฯ เช่น ConocoPhillips ที่เคยถูกเวเนซุเอลายึดทรัพย์มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ จะใช้สำรองน้ำมันมหาศาลที่มีอยู่ถึง 3 แสนล้านบาร์เรลมาชำระหนี้แทนเงินสด

ศักยภาพการผลิต และสงครามราคาน้ำมัน

รศ.ดร.อัทธ์ ระบุว่า ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานในเวเนซุเอลาเสียหายอย่างหนัก ทำให้ผลิตน้ำมันได้เพียง 950,000 บาร์เรลต่อวัน แต่หากสหรัฐฯ เข้ามาฟื้นฟู จะส่งผลต่อตลาดโลก โดยในระยะสั้น (6 เดือน - 1 ปี) จะผลิตน้ำมันเพิ่มได้อีก 1-2 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่วนในระยะยาว (2-5 ปี) เวเนซุเอลาจะกลายเป็นผู้ส่งออกอันดับต้น ๆ ของโลก โดยสามารถผลิตได้ถึง1-2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมีศักยภาพใกล้เคียงกับซาอุดีอาระเบีย

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น สหรัฐฯจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจน้ำมันเพื่อคานอำนาจกับกลุ่ม OPEC+ ได้ โดยราคาน้ำมันโลกจะมีความผันผวนในทิศทางที่ราคาน้ำมันลดลง

สหรัฐฯ ใช้จังหวะที่สถานการณ์ในเวเนซุเอลาสุกงอม ทั้งจากปัญหาภายในที่กองทัพและรัฐบาลแตกแยก รวมถึงประเด็นยาเสพติดและผู้อพยพ โดยหน่วยDelta Force ที่ได้ซุ่มปฏิบัติการนานหลายเดือน จนสามารถเข้าควบคุมได้โดยไม่มีความสูญเสียในฝั่งสหรัฐฯ

ความขัดแย้งกับจีนและระเบียบโลกใหม่

การเข้าควบคุมเวเนซุเอลาครั้งนี้กระทบต่อจีนโดยตรง เนื่องจากจีนถือครองสัดส่วนการลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาถึง 40%(ผ่านบริษัท Sinopec และ CNPC) ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีนด้วยการระงับส่งออกแร่หายาก

นอกจากนี้ รศ.ดร.อัทธ์ ยังเตือนว่านี่คือการสร้าง "ระเบียบโลกใหม่" โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เข้าควบคุมผู้นำประเทศอื่นโดยไม่ต้องผ่าน UN หรือกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานให้ประเทศอื่น เช่น จีนหรือรัสเซีย อ้างความชอบธรรมในลักษณะเดียวกันกับไต้หวันหรือยูเครน

ข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย

สำหรับผลกระทบต่อไทย รศ.ดร.อัทธ์ มองว่าจะได้รับผลผ่านราคาน้ำมันเป็นหลัก พร้อมเสนอแนะให้ไทยดำเนินการ 2 เรื่องเร่งด่วน
1. เร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อเข้ามาบริหารจัดการปัญหาที่รออยู่หลายเรื่อง
2.  จัดตั้ง "วอร์รูม (War Room)" ด้านภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากสถานการณ์โลกที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออกซึ่งคิดเป็น 60% ของรายได้ประเทศ