มาลี โสเชียตา ชี้ไทยส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ตามดีลกัวลาลัมเปอร์ ชื่นชม ฮุน มาเนต-โดนัลด์ ทรัมป์-อันวาร์

31 ธ.ค. 2568 | 07:42 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ธ.ค. 2568 | 07:46 น.

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เผยว่าการที่ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย เป็นไปตามข้อตกลงที่กัวลาลัมเปอร์ ชื่นชม ฮุน มาเนต,โดนัลด์ ทรัมป์ และ อันวาร์ อิบราฮิม เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพ

KEY

POINTS

  • ทางการไทยส่งมอบตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงสันติภาพในประกาศร่วมกรุงกัวลาลัมเปอร์
  • โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวชื่นชมบทบาทของสมเด็จฯ ฮุน มาเนต, โดนัลด์ ทรัมป์ และอันวาร์ อิบราฮิม ที่มีส่วนสำคัญในข้อตกลงดังกล่าว

สำนักข่าว Khmer Times รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศพรม จังหวัดไพลิน ได้มีการส่งมอบตัวทหารกัมพูชาที่ถูกทางการไทยควบคุมตัวไว้ 155 วัน กลับคืนสู่มาตุภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พลโท มาลี โสเชียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยว่า การปล่อยตัวครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของประกาศร่วมกรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Joint Declaration) ว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 โดยสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีของไทย

ความตกลงประวัติศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การเป็นสักขีพยานของผู้นำระดับโลก อาทิ นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

มาลี โสเชียตา ชี้ไทยส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ตามดีลกัวลาลัมเปอร์ ชื่นชม ฮุน มาเนต-โดนัลด์ ทรัมป์-อันวาร์

โดยกระบวนการส่งมอบตัวครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team) และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) อีกด้วย

รัฐบาลกัมพูชา ย้ำชัดถึงพันธกิจที่จะไม่ทอดทิ้งทหารกัมพูชาคนใดไว้เบื้องหลัง โดยใช้ช่องทางทางการทูตและกรอบกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในทุกมิติ เพื่อนำทหารเหล่านี้กลับไปรวมตัวกับครอบครัวอีกครั้ง

“กัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปล่อยตัวในวันนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน (Mutual Trust and Confidence)” โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเชื่อมั่นว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และการปรับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาให้กลับคืนสู่ระดับปกติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งสองประเทศและประชาชนในภูมิภาค