
เจาะลึกราคาไข่ทั่วโลก 2025 ประเทศไหนจ่ายแพงสุด-ถูกสุด
ราคาไข่ทั่วโลกกลายเป็นตัวสะท้อนต้นทุนชีวิต จากรายงานล่าสุดพบว่าราคาไข่แตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ ท่ามกลางเงินเฟ้อ โรคระบาดในสัตว์ปีก และต้นทุนที่สูงขึ้น
เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้นและความต้องการโปรตีนราคาย่อมเยาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไข่ยังคงเป็นอาหารหลักในหลายประเทศ โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้คนบริโภคไข่ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อปี
อย่างไรก็ตาม ราคาของไข่พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดนก และต้นทุนอาหารสัตว์ เชื้อเพลิง และแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกษตรกรได้ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค ภายในเวลาเพียง 4 ปี ราคาของไข่ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นถึง 238%
โดยเฉลี่ยแล้ว ประชากรโลกบริโภคไข่ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อปี แต่ในบางประเทศ ราคาของไข่หนึ่งโหลกลับแตกต่างกันถึง 7 เท่า
สวิตเซอร์แลนด์ ครองแชมป์ประเทศที่ประชาชนต้องจ่ายแพงที่สุด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7.31 ดอลลาร์สหรัฐ/โหล รองลงมา ได้แก่
- นิวซีแลนด์ 6.34 ดอลลาร์
- ไอซ์แลนด์ 6.16 ดอลลาร์
- บาร์เบโดส 5.39 ดอลลาร์
- เดนมาร์ก 4.96 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ยังมีราคาไข่ที่ “เข้าถึงได้” เช่น
- อินเดีย 0.97 ดอลลาร์ (ถูกที่สุดในโลก)
- อิหร่าน 1.14 ดอลลาร์
- บังกลาเทศ 1.20 ดอลลาร์
- อียิปต์ 1.30 ดอลลาร์
- เวียดนาม 1.50 ดอลลาร์
ราคาไข่สหรัฐฯ พุ่งขึ้น ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนและการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
ราคาของไข่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 4.23 ดอลลาร์ต่อหนึ่งโหล การระบาดของไข้หวัดนก ปัญหาการขนส่งสินค้า และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น โดยราคาพุ่งสูงกว่าหลายประเทศในยุโรปและแคนาดา
ในโพสต์ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปกป้องนโยบายภาษีของเขา โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อด้านอาหาร รวมถึงราคาไข่ด้วย
ตลาดเกิดใหม่เสนอราคาที่เป็นมิตรกับผู้บริโภค
แม้จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก หลายประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงเป็นแหล่งของไข่ราคาประหยัด ในบราซิล รัสเซีย และจีน ผู้บริโภคจ่ายน้อยกว่า 2 ดอลลาร์ต่อหนึ่งโหล ทำให้ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชากรจำนวนมาก






