
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดมัสยิดในปากีสถานเพิ่มขึ้นเป็น 61 ราย
อัพเดตเหตุการณ์ระเบิดมัสยิดในปากีสถานวานนี้ (30 ม.ค.) พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 61 ราย บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 150 คน ตาลีบันปากีฯ ปฏิเสธ ไม่เกี่ยวข้อง
อัพเดต เหตุการณ์ระเบิดมัสยิด ใน ปากีสถาน วานนี้ (30 ม.ค.) พบ ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 61 ราย บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 150 คน และยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ
ตำรวจปากีสถานระบุว่า เหตุระเบิดรุนเเรงในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานในช่วงบ่ายวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากถึง 61 รายเป็นอย่างน้อยในขณะนี้ โดยคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจมีมากกว่านี้ เนื่องจากยังคงมีผู้สูญหายที่ทางเจ้าหน้าที่ยังหาตัวไม่พบ และมีร่างผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีการระบุตัวด้วย
ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บนั้น จนถึงขณะนี้มีไม่น้อยกว่า 150 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองเปชวาร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ
นายชาฟิอูลลา คาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงปากีสถาน เปิดเผยว่า พบผู้รอดชีวิต 2 คนจากซากปรักหักพังในที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในผู้รอดชีวิต ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ชื่อ มีนา กูล ให้ปากคำว่า เขาอยู่ในมัสยิดขณะที่ร่วมสวดมนต์กับคนอื่นๆ เมื่อเกิดการระเบิด และเขาไม่ทราบว่า เหตุใดตนเองรอดชีวิตออกมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้ยินผู้คนร้องเสียงดังหลังเกิดการระเบิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในเมืองยืนยันว่า มีการส่งผู้บาดเจ็บนับสิบคนมารับการรักษา โดยอาการของหลายคนนั้นจัดว่าอยู่ในขั้นรุนแรง
ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า เหยื่อส่วนใหญ่นั้นเป็นสมาชิกในกองกำลังตำรวจของแคว้นไคเบอร์ ปัคตุนควา และมัสยิดที่เกิดเหตุนี้ก็เป็นสถานที่ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้ที่ทำงานฝ่ายความมั่นคงเดินทางมาบ่อยครั้ง
แถลงการณ์ของรัฐบาลปากีสถานระบุว่า นายชาห์บาส ชารีฟ นายกรัฐมนตรี ขอประณามการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่มัสยิดเมืองเปชวาร์ในครั้งนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า กำลังสืบสวนเหตุการณ์อยู่ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านหลักของปากีสถาน กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาขอประณามเหตุการณ์ก่อการร้ายแบบฆ่าตัวตายในครั้งนี้เช่นกัน และว่า
“เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องพัฒนางานด้านการหาข้อมูลข่าวกรอง และการทำให้กองกำลังตำรวจของเรามีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่เพิ่มมากขึ้น”
สำนักข่าววีโอเอของสหรัฐรายงานว่า แคว้นไคเบอร์ ปัคตุนควา ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่ที่ชายเเดนระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน และเคยประสบเหตุก่อการร้ายหลายครั้งในช่วงไม่นานนี้ โดยความรุนเเรงที่เกิดขึ้นในอดีตมักมีกลุ่ม "ตาลีบันแห่งปากีสถาน" หรือ Tehrik-i-Taliban Pakistan เป็นผู้อ้างความรับผิดชอบ
แต่ในแถลงการณ์ที่กลุ่มตาลีบันแห่งปากีสถานส่งให้กับสื่อต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงวีโอเอด้วยนั้น ทางกลุ่มระบุว่า ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีมัสยิดเมืองเปชวาร์ในครั้งล่าสุดนี้







