
เงินปอนด์ดิ่งแรง! แตะระดับต่ำสุดรอบ 37 ปี ทุบซ้ำเศรษฐกิจอังกฤษ
ค่าเงินปอนด์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 37 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว นับเป็นบททดสอบฝีมือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ “ลิซ ทรัสส์” ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา
เงินปอนด์ ของ อังกฤษ อ่อนค่าลง 0.617% สู่ระดับ 1.145 ดอลลาร์ ณ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทยวานนี้ (7 ก.ย.) หลังจากดิ่งลงแตะ 1 ปอนด์ต่อ 1.141 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 37 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมา ทั้งยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังจากที่นักลงทุนพากัน เทขายเงินปอนด์ เพราะคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของอังกฤษไม่สู้ดีนัก
นอกจากนี้ เงินปอนด์ยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ จากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุที่ เงินปอนด์ร่วงหนัก ในครั้งนี้ เป็นผลจาก
- การถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ เนื่องจากคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
- ปัจจัยดังกล่าวเมื่อผนวกกับ ความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อทิศทางนโยบายของนางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษซึ่งจะมีผลต่อสถานะทางการคลังของประเทศ ก็ยิ่งทำให้ค่าเงินปอนด์ยิ่งดิ่งหนัก เนื่องจากนางทรัสส์มีนโยบายปรับลดอัตราภาษี ทั้งยังประกาศจะออกมาตรการช่วยเหลือภาคครัวเรือนของอังกฤษ ซึ่งก็หมายความว่า อังกฤษจะมีแรงกดดันทางการคลังมากขึ้นจากการที่จะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขณะที่รายได้จากการจัดเก็บภาษีจะลดลง
- อีกปัจจัยคือ ความกังวลด้านเงินเฟ้อ เมื่อเร็ว ๆนี้ ซิตี้กรุ๊ปออกรายงานเตือนว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอังกฤษจะพุ่งทะลุ 18% ในเดือนม.ค.ปีหน้า (2566) ซึ่งเป็นผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างมากในยุโรป
ทางด้าน ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) แถลงคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของอังกฤษจะเผชิญภาวะถดถอยยาวนานมากกว่า 1 ปี โดยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้ (2565) ไปจนถึงสิ้นปีหน้า (2566)
BoE คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะเผชิญภาวะถดถอยนานถึง 5 ไตรมาส ซึ่งเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ที่เศรษฐกิจโลกเผชิญวิกฤตการเงิน โดยรายได้ในภาคครัวเรือนของอังกฤษจะทรุดตัวลงอย่างหนักในปี 2565-2566 ขณะที่การบริโภคเริ่มหดตัว
สื่อต่างประเทศรายงานอ้างอิงข้อมูลจาก Refinitiv ระบุว่า ในปีนี้ เงินปอนด์ลดค่าลงไปแล้วมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ในสัปดาห์หน้า ทาง BoE จะประชุมกันและคาดว่าจะมีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5-0.75% เพื่อสกัดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ทิศทางของค่าเงินปอนด์ต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอังกฤษชุดใหม่ที่นำโดยนาง ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวจะเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ในเบื้องต้นนางทรัสส์ เตรียมประกาศรายละเอียดของนโยบายรับมือราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในวันนี้ (8 ก.ย.) โดยเธอยืนยันว่าจะไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากบรรดาบริษัทพลังงาน
อ่านเพิ่มเติม: "เงินเยน" ยังอ่อนได้อีก แนวโน้มทะลุ 145 เยน/ดอลลาร์ เร็วๆนี้





