
"เน็ตฟลิกซ์" สมาชิกลดฮวบเป็นครั้งแรกในรอบ10ปี ทำหุ้นวูบ 25%
เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ รายงานผลประกอบการไตรมาสแรก แม้จะมีรายได้เพิ่ม 10% แต่กำไรก็ลดมากถึง 6% ซ้ำยอดผู้ใช้งานยังลดฮวบกว่า 2 แสนราย นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทดำดิ่งทันที 25%
ฝันร้ายของ เน็ตฟลิกซ์ นับเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อจำนวนสมาชิก หรือ ผู้ใช้งานเน็ตฟลิกซ์ ในไตรมาสแรกของปีนี้ ที่เดิมเคยมีการประเมินว่าจะเติบโตได้ถึง 2.5 ล้านราย แต่เอาเข้าจริงนอกจากไม่เพิ่มแล้ว ยังมีจำนวนลดลง 2 แสนรายเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 64 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยก่อนหน้านี้ จำนวนสมาชิกผู้ใช้งานเน็ตฟลิกซ์เคยลดลงครั้งล่าสุดก็เมื่อเดือนตุลาคมปี 2554
ทางบริษัทยังคาดการณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าวจะดำเนินต่อไป โดยผู้ใช้งานอาจลดลงถึง 2 ล้านรายในไตรมาส 2 ของปีนี้ด้วย
เมื่อมาดูในส่วนของรายได้ เน็ตฟลิกซ์มีรายได้เพิ่มขึ้น 10% ปิดที่ 7,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลกำไรกลับลดลง 6% ปิดที่ 1,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลดลงจากที่เคยทำได้ 1,700 ล้านดอลลาร์ในปี 2564
ปัจจัยที่ทำให้จำนวนสมาชิกลดลงนั้น เน็ตNetflix ระบุว่า เป็นเพราะหลายสาเหตุด้วยกัน ประกอบด้วย
- การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จากการเปิดตัวแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งล่าสุด โดยเฉพาะ Disney+ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
- การแชร์รหัสผ่าน โดยบริษัทประมาณการว่านอกเหนือจาก 222 ล้านครัวเรือนที่จ่ายเงินแล้ว การเข้าถึงจะถูก “แบ่งปัน” กับอีกกว่า 100 ล้านครัวเรือนผ่านการแบ่งปันบัญชี (ซึ่งกลุ่มหลังนี้ไม่ได้จ่ายเงิน)
- การคลายล็อกดาวน์ ก็ส่งผลให้ผู้คนหันไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น
- นอกจากนี้ เน็ตฟลิกซ์ได้ ระงับบริการในรัสเซีย (ตามมาตรการของชาติตะวันตกที่คว่ำบาตรรัสเซียจากเหตุโจมตียูเครน) และการเลิกใช้งานของสมาชิกที่ชำระเงินในรัสเซียทั้งหมด ส่งผลให้บริษัทสูญเสียสมาชิก 700,000 ราย ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว บริษัทกล่าวว่าจะเห็นการเพิ่มสุทธิ 500,000 รายการในช่วงไตรมาสล่าสุด
“การเติบโตของรายได้ของเราชะลอตัวลงอย่างมาก แม้เราจะได้รับความนิยมทั่วโลก แต่ด้วยสภาวะการแข่งขัน ปัญหาการแชร์บัญชี กำลังสร้างความปั่นป่วนในการเติบโตของรายได้” รายงานผลประกอบการของเน็ตฟลิกซ์ระบุ
เพื่อเป็นการแก้ไขสถานการณ์ เน็ตฟลิกซ์พยายามแข่งขันและแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาด ด้วยการเพิ่มงบการผลิตคอนเทนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ “ออริจินอลคอนเทนต์” นอกจากนี้ บริษัทกำลังมองหาช่องทางอื่น ๆ ในการสร้างการเติบโตอีกด้วย เช่น การเพิ่มวิดีโอเกม และเริ่มมองรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เช่น แพ็กเกจรายการแบบที่มีโฆษณา ตลอดจนการเพิ่มรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา
จะแก้อย่างไรกับปัญหาการแชร์พาสเวิร์ด
ผู้บริหารเน็ตฟลิกซ์เปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลของบริษัทอาจไม่ใช่เรื่องจำนวนผู้ใช้งานลดลง แต่เป็นปัญหาเรื่องของการ “แชร์พาสเวิร์ด” ของคนในครอบครัว ที่อาจแชร์เผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนหรือคนสนิท ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น
บริษัทคาดการณ์ว่า เฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีการแชร์พาสเวิร์ดในหมู่ผู้ใช้งานมากกว่า 30 ล้านครัวเรือน และในระดับโลกคาดว่าจะมีมากกว่า 100 ล้านครัวเรือน ซึ่งผู้บริหารของเน็ตฟลิกซ์กล่าวว่า บรรดาผู้ใช้งานที่เคยแชร์พาสเวิร์ดกันในอดีต อาจถึงเวลาต้องมาจ่ายเงินให้กับเน็ตฟลิกซ์ได้แล้ว
ตั้งแต่ต้นปี 2564 เน็ตฟลิกซ์ได้ทดสอบวิธีใหม่ในการป้องกันการแชร์พาสเวิร์ด โดยบริษัทได้ทำโครงการทดสอบใน 3 ประเทศ คือ ชิลี คอสตาริก้า และเปรู เน็ตฟลิกซ์ได้กำหนดกติกาใหม่โดยจะมีการคิดค่าบริการเพิ่มหากพบว่ามีการแชร์พาสเวิร์ดไปยังคนนอกครอบครัว
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยว่า จะนำวิธีการนี้ไปปรับใช้ในระดับโลกเมื่อไร แต่อาจเป็นไปได้ว่า จะเริ่มใช้กติกาใหม่ดังกล่าวอย่างเป็นทางการในปีหน้า (2566)





