
อัพเดทวิกฤตยูเครน เรือรบรัสเซียจมในทะเลดำ-ระเบิดสนั่นกรุงเคียฟ
สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงเดินหน้าเข้าสู่เดือนที่สอง มีรายงานข่าวจรวดมิสไซล์ของกองทัพยูเครนยิงเข้าเป้าหมายทำให้เรือรบรัสเซียจมลงในทะเลดำ ขณะที่การปะทะรอบกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ยังคงดุเดือด เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นในกรุงเคียฟ เช้าวันนี้ (15 เม.ย.)
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นใน กรุงเคียฟ เมืองหลวงของ ยูเครน ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้ (15 เม.ย.) และเสียงไซเรนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังไปทั่วยูเครน ขณะที่ประชาชนเตรียมรับการโจมตีครั้งใหม่ของ รัสเซีย หลังจากที่ เรือรบของรัสเซีย ในทะเลดำได้จมลงหลังจากเกิดเพลิงไหม้
เหตุระเบิดดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในเขตเมืองหลวงของยูเครน นับตั้งแต่กองทหารของรัสเซียได้ทยอยถอนกำลังออกจากพื้นที่ไปเมื่อต้นเดือนเม.ย.นี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบในภาคใต้และทางภาคตะวันออกของยูเครนแทน
ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานความเสียหายในทันที หลังจากมีรายงานเหตุระเบิดในกรุงเคียฟ ขณะที่สื่อของยูเครนรายงานเกี่ยวกับเหตุไฟฟ้าดับในพื้นที่บางส่วนของกรุงเคียฟ
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนได้อ้างความรับผิดชอบในการจม เรือรบมอสควา (Moskva) โดยระบุว่า เรือรบดังกล่าวซึ่งถือเป็นเรือธงของกองเรือรัสเซียในทะเลดำ ได้ถูกโจมตีโดยขีปนาวุธของยูเครน โดยเรือลำดังกล่าวได้จมลงในวันพฤหัสบดี (14 เม.ย.) ขณะที่เรือรบลำดังกล่าวกำลังถูกลากไปยังท่าเรือ และได้มีการอพยพลูกเรือกว่า 500 คนเมื่อเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ขึ้นบนเรือ
ขณะที่ยูเครนเปิดเผยว่าได้โจมตีเรือรบของรัสเซียด้วยขีปนาวุธ “เนปจูน” ซึ่งเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศยูเครน
เรือรบมอสควาจมลง ในขณะที่กองทัพเรือรัสเซียยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนที่อยู่ติดกับทะเลดำเป็นเวลาเกือบ 50 วันแล้วหลังเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 โดยประชาชนที่อาศัยในเมืองออแดซา และเมืองมารีอูโพล ซึ่งอยู่ติดกับทะเลอะซอฟที่เชื่อมต่อช่องแคบเคียร์ชสู่ทะเลดำทางตอนใต้นั้น ได้เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งใหม่ของรัสเซีย
ด้าน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนได้ออกมาเผยแพร่วิดีโอสู่สาธารณชนอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ ( 15 เม.ย.) โดยเขากล่าวถึงเรือรบรัสเซียที่จมลงในทะเลดำ และเขาได้เตือนถึงความตั้งใจของรัสเซียที่จะมุ่งเป้าโจมตีไปที่ภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก รวมถึงเมืองมารีอูโพลในยูเครนที่เสียหายหนักมากจากการสู้รบและตอนนี้แทบจะเป็นเมืองร้างไปแล้ว






