
นักวิเคราะห์เตือนศก.เอเชียปีนี้ เสี่ยงกระแสเงินทุนไหลออก-เงินฝืด
นักวิเคราะห์คาดเศรษฐกิจเอเชียปี 65 ต้องเผชิญกับ 3 ความเสี่ยงหลัก "โอมิครอน-เศรษฐกิจจีนชะลอตัว-เฟดขึ้นดอกเบี้ย" ผลพวงที่ตามมาคือ ปีนี้อาจได้เห็นกระแสเงินทุนไหลออกจากเอเชียมากขึ้น และนำไปสู่ภาวะเงินฝืดได้ในที่สุด
นายคาร์ลอส คาซาโนวา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคาร UBP ของสวิตเซอร์แลนด์ ให้ความเห็นผ่านการให้สัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์วันนี้ (10 ม.ค.) ว่า ประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชียจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลัก 3 ประการในปี 2565
"เราได้เห็นยอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่พุ่งสูงขึ้น และเราคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตช้าลงสู่ระดับ 5% และล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ก็ได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้" นายคาซาโนวากล่าวในรายการ "Squawk Box Asia" ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี
เขามองว่า แม้ว่าตลาดเกิดใหม่ของเอเชียจะมีแนวโน้มที่ดี แต่ก็จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวรุนแรงขึ้นหากเฟดใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน
ก่อนหน้านี้ เฟดได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค. 2564 โดยระบุว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงจะทำให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น แต่ยังทำให้เฟดตั้งสินใจปรับลดการถือครองสินทรัพย์ทั้งหมดด้วย โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ
"กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจ ภาวะตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อ ก็ถือเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate) ในเวลาที่รวดเร็วขึ้น หรือรวดเร็วกว่าที่กรรมการเฟดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่กรรมการเฟดบางส่วนมองว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลบัญชี (Balance Sheet) ของเฟดในทันทีหลังจากที่มีการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย" เนื้อหาส่วนหนึ่งในรายงานการประชุมประจำวันที่ 14-15 ธ.ค. 2564 ของเฟดระบุ
หากเฟดตัดสินใจดำเนินการดังกล่าว อาจทำให้หลายประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ต้องเผชิญกับปัญหากระแสเงินทุนไหลออกจากประเทศและสกุลเงินอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะบีบบังคับให้ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อปกป้องบัญชีทุนของตนเอง
"เราต่างพยายามหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดจากสถานการณ์ที่ธนาคารกลางต่างมุ่งลดงบดุลควบคู่กับปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2565" นายคาซาโนวากล่าว พร้อมเสริมว่า สถานการณ์เช่นนี้อาจยิ่งทำให้กระแสเงินทุนไหลออกจากเอเชียมากขึ้น และสามารถนำไปสู่ภาวะเงินฝืดได้






