ไต้หวัน กับยุทธศาสตร์การดึงบุคลากรที่มีศักยภาพร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
26 พ.ย. 2564 เวลา 3:54 น. 54

 ‘ไต้หวัน’ ประสบปัญหาสมองไหลอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1960 - 1980 แต่เนื่องจากรัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหานี้และพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ผ่านนานามาตรการ เช่นการดึงคนไต้หวันที่มีศักยภาพให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ทําให้สภาวะสมองไหลของไต้หวันเริ่มลดน้อยลง

คอลัมน์ ชี้ช่องจากทีมทูต

โดย โดยศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

ปัจจุบันการอพยพย้ายถิ่นฐานของมนุษย์สามารถทําได้ง่ายขึ้น เนื่องจากประสิทธิภาพทางเทคโนโลยี ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ มีความสะดวกและรวดเร็ว เอื้อให้เกิด ‘ภาวะสมองไหล (brain drain)’ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาของประเทศต้นทาง ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถตัดสินใจย้ายถิ่นฐานออกไป ส่งผลให้ประเทศต้นทางสูญเสียบุคลากรที่จะเป็นกําลังสําคัญในการพัฒนาประเทศ

 

 ‘ไต้หวัน’ ประสบปัญหาสมองไหลอย่างรุนแรงมาแล้วตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1960 - 1980 เนื่องจากสภาพสังคมภายในขาดเสรีภาพทางการเมือง รวมถึงการขาดเสรีภาพทางวิชาการ ส่งผลให้นักวิจัยไต้หวันหนีสภาวะความไม่มั่นคงทางการเมืองไปยังประเทศอื่น ซึ่ง สหรัฐอเมริกา เป็นจุดหมายอันดับหนึ่ง ที่คนไต้หวันกว่า 80% นิยมไปศึกษาต่อ ทำงาน และตั้งถิ่นฐาน อย่างไรก็ดี ไต้หวันได้ตระหนักถึงปัญหานี้ และพยายามแก้ไขปัญหาสมองไหล โดยดึงคนไต้หวันที่มีศักยภาพให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

นายมอริส จาง ผู้ก่อตั้ง TSMC บริษัทผลิตชิประดับโลกของไต้หวัน เป็นหนึ่งในบุคลากรที่รัฐบาลไต้หวันชักชวนให้กลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยไต้หวันใช้วิธีการปรับกฎเกณฑ์ให้ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมทั้งดําเนินการนโยบายเชิงรุกจูงใจให้คนไต้หวันและชาวต่างชาติเดินทางมาทํางานในไต้หวันมากขึ้น เช่น เพิ่มเงินสนับสนุนให้บริษัทที่สามารถดึงคนไต้หวันกลับมาทำงานได้สำเร็จ มีการจัด Job Expo ในเมืองใหญ่ ๆ เช่น นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส หรือแม้แต่การเปิดแหล่งเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำสําหรับผู้ประกอบการที่มีประสงค์เปิดกิจการเป็นของตนเอง อีกทั้ง ช่วยอํานวยความสะดวกเรื่องที่อยู่อาศัยและโรงเรียน เพื่อรองรับครอบครัวชาวไต้หวันที่เดินทางกลับมายังบ้านเกิด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ไต้หวันยังเปิดรับคนชาติอื่น ๆ ในการเข้ามาทํางาน เพื่อสร้างบรรยากาศการทํางานที่เป็นนานาชาติ โดยเฉพาะในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และสารสนเทศที่กําหนดให้เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของเขตเศรษฐกิจไต้หวัน รวมไปถึงการยอมปรับระเบียบการเกณฑ์ทหารให้ยืดหยุ่นขึ้น จากนโยบายเหล่านี้ ทําให้สภาวะสมองไหลของไต้หวันเริ่มลดน้อยลง

 

อย่างไรก็ดี ไต้หวันยังใช้ soft power เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับคนไต้หวันที่เกิดหรือเติบโตในต่างประเทศให้มีความผูกพันกับบ้านเกิด ผ่านการจัดการอบรมต่าง ๆ ให้กับเยาวชนไต้หวันในต่างประเทศเพื่อดึงบุคลากรชั้นนํารุ่นสองในต่างประเทศให้กลับมายังไต้หวัน 

ไต้หวัน กับยุทธศาสตร์การดึงบุคลากรที่มีศักยภาพร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายดึงชาวต่างชาติ เข้ามาทดแทนช่องว่างในการขาดแคลนบุคลากรของไต้หวัน โดยการผลักดันกฎหมายว่าด้วยการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ (Foreign Professional Act) โดยมีเนื้อหาหลักคือ ผ่อนปรนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคนเข้าเมือง วีซ่าทํางาน กฎระเบียบการย้ายถิ่นฐาน และเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกทั้ง 8 สาขา ได้แก่ ด้านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ด้านการศึกษา ศิลปะวัฒนธรรมและกีฬา สถาปนิก อุตสาหกรรมด้านการป้องกันภายในเขตเศรษฐกิจไต้หวัน และการเงิน และยังสามารถยื่นขออนุมัติ บัตรทองการจ้างงาน (Employment Gold Card) กับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองได้ โดย บัตรดังกล่าวมอบสิทธิประโยชน์ 4 ประการภายในบัตรเดียว ประกอบด้วย

 

(1) ใบอนุญาตทํางาน อนุญาตให้ผู้ถือบัตรสามารถทํางานได้อย่างอิสระทั้งแบบเต็มเวลา และแบบพาร์ทไทม์ รวมถึงอนุญาตให้เปลี่ยนงานได้อย่างอิสระ ตลอดจนยินยอมให้ดําเนินธุรกิจส่วนตัวได้

(2) ใช้เป็น VISA เข้าไต้หวัน โดยอนุญาตให้ผู้ถือบัตรสามารถพํานักในไต้หวันได้ระยะเวลาเกิน 180 วัน โดยไม่ต้องขอ VISA ก่อนเดินทางอีก

(3) บัตรแสดงถิ่นที่อยู่สําหรับชาวต่างชาติ (ARC) หรือบัตรประจําตัวประชาชนสําหรับชาวต่างชาติ ที่อนุญาตให้พํานักในไต้หวันได้ในระยะยาวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

(4) บัตรอนุญาตเดินทางกลับเข้าเขตเศรษฐกิจไต้หวัน (Re-entry permit) อนุญาตให้ผู้ถือบัตรสามารถเข้า-ออกไต้หวันได้หลายครั้ง โดยผู้ที่จะสมัครได้จะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานเป็นที่ยอมรับในนานาชาติ และมีความรู้ ความชํานาญเฉพาะทางตรงกับความต้องการในการยกระดับอุตสาหกรรมของไต้หวัน ทั้ง 8 สาขาที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผู้สนใจสามารถแสดงความจํานงยื่นขอสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://goldcard.nat.gov.tw/en/

 

การผลักดันกฎหมายว่าด้วยการจ้างชาวต่างชาติของไต้หวัน นํามาซึ่งการลดช่องว่างระหว่างบุคลากรชั้นนํา ของไต้หวัน โดยชาวต่างชาติที่ได้รับบัตรทองมากที่สุดแบ่งเป็น ชาวอเมริกัน ฮ่องกง อังกฤษ แคนาดา และ เยอรมัน นอกเหนือจากบัตรทองการจ้างงานแล้ว สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันยังได้มีการออกใบอนุญาตทํางานชนิดอื่น ที่จูงใจให้ชาวต่างชาติเข้ามาทํางานในไต้หวันอีก เช่น ใบอนุญาตทํางานสําหรับศิลปินอิสระ (Work Permit for Foreign Professional Artist) ใบอนุญาตทํางานสําหรับบุตรหลานของผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ (Work Permit for Foreign Professionals Adult Child) และวีซ่ารอการว่าจ้าง (ROC Employment Seeking Visa) รวมถึงการใช้นโยบายเชิงรุกอย่างการสร้างแพลทฟอร์ม Contact Taiwan ซึ่งเป็นช่องทางที่รัฐบาลใช้เพื่อเป็นศูนย์กลางการหางานและชักชวน นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรวัยทํางานที่สนใจมาทํางานที่ไต้หวัน

 

จากนโยบายข้างต้น ไต้หวันนับเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสําหรับแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิบัตรทองการจ้างงาน ที่สนับสนุนแรงงานในภาคการผลิตทั้ง 8 สาขา ด้านประเทศไทยซึ่งมีแรงงานวัยหนุ่ม-สาวในปริมาณมาก นับเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งพัฒนาศักยภาพของตนเองในด้านที่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี สถาปนิก ศิลปะวัฒนธรรมและกีฬา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการชาวไต้หวัน

 

ข้อมูลอ้างอิง : สํานักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง