
วัคซีนโควิด "ไฟเซอร์" 1.5 ล้านโดส จากสหรัฐอเมริกา ถึงไทยแล้วเช้านี้
เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เผย วัคซีนโควิด ยี่ห้อไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ที่บริจาคโดยสหรัฐ เดินทางถึงไทยแล้ว จะมีการแถลงข่าวผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้เวลา 8.30-9.00 น. เกี่ยวกับรายละเอียดการมาถึงของวัคซีนดังกล่าว
วัคซีนไฟเซอร์ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพล็อตแรกนี้ มีจำนวน 1.5 ล้านโดส ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้แผนการของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่จะแบ่งปัน วัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวนรวม 80 ล้านโดสของสหรัฐฯ ให้กับนานาประเทศทั่วโลกเพื่อช่วยยุติโรคระบาดใหญ่นี้ ซึ่งในแผนการบริจาคดังกล่าว สหรัฐจะมอบวัคซีนกว่า 23 ล้านโดสให้กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะช่วยชีวิตผู้คนในประเทศไทยและภูมิภาคนี้
ก่อนหน้านี้ จากการเปิดเผยของ พันโทหญิงลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกแห่งรัฐอิลลินอยส์ ในงานสัมมนาว่าด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐ ผ่านทางระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐเตรียมบริจาควัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ จำนวนรวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านโดสให้แก่ประเทศไทย
ข่าวระบุว่า วัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1.54 ล้านโดส จะมีการจัดสรร ดังนี้
- 700,000 โดสสำหรับบุคลากรทางการแพทย์
- 645,000 โดสสำหรับผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง รวมทั้งสตรีที่มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์
- 150,000 โดสสำหรับชาวต่างประเทศที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
- 40,000 โดสสำหรับโครงการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ และ5,000 โดสสำหรับโครงการวิจัยในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับวัคซีนบริจาคล็อตดังกล่าว นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐ จะเป็นผู้ให้รายละเอียดในการแถลงข่าววันนี้
ด้านสำนักประชาสัมพันธ์กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า วันนี้(30 ก.ค.) ที่ ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร เดินทางไปตรวจรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้มอบวัคซีนให้กับประเทศไทยเพื่อป้องกันโรคระบาด ซึ่งการกระจายวัคซีนชุดนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
ทั้งนี้ วัคซีนไฟเซอร์ ทั้ง 1.5 ล้านโดส จะต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิ -70 ถึง -90 องศาเซลเซียส เพื่อคงประสิทธิภาพของวัคซีน หลังจากนั้น จะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศตามแผนการฉีดที่กำหนดไว้






