เจาะอนาคต Entertainment Complex ไทย มุมมอง Galaxy Resorts Macau
เจาะมุมมองเชิงลึกผู้บริหารระดับสูง Galaxy Entertainment Group หนึ่งในผู้พัฒนารีสอร์ทครบวงจรระดับโลกประเทศไทยมีศักยภาพแค่ไหนในการก้าวสู่ Entertainment Complex โลก
มุมมองการขับเคลื่อนของไทยต่อการพัฒนาคอมเพล็กซ์ความบันเทิง
Kevin Clayton Chief brand officer at Galaxy Resorts Thailand ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คล้ายกับที่สิงคโปร์เผชิญเมื่อปี 2005
Kevin Clayton ระบุว่า การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องมี "ตัวจุดประกาย" ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มการใช้จ่าย และยืดระยะเวลาการพักในประเทศ ซึ่งการพัฒนา สถานบันเทิงครบวงจร จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่หลายประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว
- กฎระเบียบของภาครัฐ
- ระบบภาษี
- การใช้ที่ดิน
- การกำกับดูแลการเล่นพนันอย่างมีความรับผิดชอบ
“สถานบันเทิงครบวงจรต้องเข้าถึงได้สำหรับทุกคน”
เมื่อถูกถามถึงเงื่อนไขการลงทุน Kevin ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นใน ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือประเทศไทย หลักการหนึ่งที่สำคัญคือ “รีสอร์ตครบวงจรต้องเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่เศรษฐี”
“ตราบใดที่คุณอายุ 21 ปีขึ้นไป คุณควรมีสิทธิเข้าใช้บริการสถานบันเทิงครบวงจร รวมถึงกาสิโนได้ – ภายใต้ระบบที่กำกับดูแลความสามารถในการใช้จ่าย และมีแนวทางชัดเจนในการส่งเสริมการเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ”
แม้เกมมิ่งหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกาสิโนจะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของรีสอร์ตครบวงจร แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง Galaxy Entertainment Group เน้นย้ำว่า การดำเนินธุรกิจในตลาดใหม่อย่างประเทศไทย ต้องตั้งอยู่บนหลัก “ความรับผิดชอบ” เป็นสำคัญ
บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องการเล่นพนันอย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ถือเป็นเรื่องปกติในกระบวนการขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศใหม่ ซึ่ง Galaxy พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของไทยในการออกแบบกฎระเบียบและมาตรการควบคุมอย่างเหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน และไม่ละเลยผลกระทบต่อสังคม
กรณีเข้าเล่นกาสิโนต้องมีทรัพย์สินเกิน 50 ล้าน – ป้องกันติดพนันได้จริงหรือไม่?
ในระหว่างการถกเถียงเรื่องกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ข้อเสนอให้จำกัดผู้เข้าเล่นกาสิโนเฉพาะผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท เพื่อป้องกันปัญหาการติดพนันในสังคม
Kevin Clayton Chief brand officer at Galaxy Resorts Thailand แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้อย่างน่าสนใจ โดยชี้ว่า
“นี่เป็นคำถามที่ดี และมันสะท้อนกลับไปสู่หัวใจของเรื่องทั้งหมด คือ ‘เงื่อนไขที่เหมาะสม’ ในการพัฒนากฎหมายและระบบควบคุม”
โดยให้ความเห็นว่าการมีหรือไม่มีเงิน ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเสี่ยงต่อปัญหาการพนัน
“เช่นเดียวกับปัญหาแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ ปัญหาการพนันไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดเงินในบัญชีธนาคาร สิ่งสำคัญคือเราต้องมีกลไกควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าการเล่นจะเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ”
ตลาดพนันเถื่อน – ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
Kevin Clayton ย้ำว่า การตั้งข้อจำกัดแบบนี้อาจไม่เพียงพอในการป้องกัน เพราะในความเป็นจริง ตลาดการพนันในไทยกำลังเติบโตอยู่แล้ว แม้จะผิดกฎหมายรายงานหลายฉบับระบุว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพนันสูงที่สุดในเอเชีย แม้ไม่มีกาสิโนถูกกฎหมายเลยด้วยซ้ำ กิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ VPN และเว็บไซต์เถื่อน ไม่มีระบบควบคุม ไม่มีรายได้ภาษี ไม่มีมาตรการป้องกัน และไม่เกิดการจ้างงานในประเทศ เงินกำลังไหลออกนอกประเทศโดยตรง และไม่มีอะไรกลับคืนสู่สังคมไทยเลย
ถ้ารัฐบาลไทยสามารถออกกฎหมายและระบบอนุญาตสำหรับสถานบันเทิงครบวงจรได้อย่างมีมาตรฐาน ก็จะสามารถดึงดูดการลงทุนระดับหลายพันล้านดอลลาร์ สร้างการจ้างงานนับหมื่นตำแหน่ง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ได้ ทั้งหมดนี้จะมาพร้อมระบบควบคุมที่เข้มงวด ทั้งด้านการฟอกเงินและการเล่นพนันอย่างรับผิดชอบ
คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า “การกำหนดเกณฑ์ทรัพย์สิน 50 ล้าน จะป้องกันการติดพนันได้หรือไม่”
แต่ควรเป็น “เราจะจัดการกับปัญหาที่มีอยู่แล้วอย่างไร เพื่อให้สังคมปลอดภัยและเศรษฐกิจได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน”
ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้พื้นที่หนึ่งเหมาะกับการตั้งคอมเพล็กซ์ความบันเทิง?
ในยุคที่หลายประเทศกำลังมองหาการพัฒนา "สถานบันเทิงครบวงจร" หรือ Entertainment Complex เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ความสำเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่เงินลงทุนหรือขนาดพื้นที่ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างรอบด้าน
Andrew Lui, Head of Design & Development, Galaxy Entertainment Group หนึ่งในผู้พัฒนารีสอร์ตครบวงจรในมาเก๊า กล่าวว่า ประสบการณ์จากการพัฒนาโครงการระดับโลกที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึง “3 ปัจจัยหลัก” ที่ขาดไม่ได้
1. โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน
“ทางด่วน ถนน หรือระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งหมดต้องพร้อมและสอดประสานกับการพัฒนาโครงการ”
โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ย่อมต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการเดินทางของผู้คน การขนส่งสินค้า และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน หากเมืองหรือพื้นที่นั้นไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ โครงการก็จะสะดุดตั้งแต่ต้นทาง
2. กรอบกฎหมายและกฎระเบียบที่ชัดเจน
“รัฐบาลต้องพิจารณาทุกมุมมองอย่างรอบด้าน เพื่อให้สถานบันเทิงครบวงจรสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย”
ความชัดเจนในด้านกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการพนัน ภาษี การใช้ที่ดิน และการคุ้มครองผู้บริโภค ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว
3. ความสามารถในการตามเทรนด์ผู้บริโภค
“หลังยุคโควิด รสนิยมของลูกค้าเปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉพาะจากอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย”
แม้จะมีสถานที่และกฎหมายที่พร้อม แต่หากผู้พัฒนาไม่สามารถออกแบบประสบการณ์ที่ทันสมัย ตรงใจ และเชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โครงการก็อาจไม่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้มากพอ โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันด้านความบันเทิงข้ามพรมแดนดุเดือดกว่าที่เคย
เงินลงทุน 1 แสนล้านบาท: มากเกินไปหรือสมเหตุสมผลกับคอมเพล็กซ์ความบันเทิงในไทย?
การพูดถึง “ตัวเลขลงทุน” ในโครงการสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระดับ 1 แสนล้านบาท หรือหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ล้วนเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง
Andrew Lui จาก Galaxy Entertainment Group ระบุว่า การพิจารณาว่าเงินลงทุนระดับนี้เหมาะสมหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับ “แผนแม่บท” และ “ขอบเขตของโครงการ” ที่ชัดเจน
ในขณะที่ Kevin Clayton เน้นว่า ขนาดของการลงทุนขึ้นอยู่กับ “เงื่อนไขในร่างกฎหมาย” เป็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง การเข้าถึงของคนในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ
“กรณีของเกาหลีใต้หรือเวียดนามที่จำกัดไม่ให้คนในประเทศเข้ากาสิโน เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่า นักลงทุนจำนวนมากลังเลจะลงทุนระดับพันล้าน เพราะฐานลูกค้าไม่เพียงพอ”
เขาชี้ว่า หากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนจำนวนมากจริง ๆ จะต้องออกแบบกรอบกฎหมายที่ “ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน” โดยเฉพาะการเปิดให้คนไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถเข้าใช้บริการได้ภายใต้การควบคุมที่รัดกุม
“เราจับตาดูร่างกฎหมายอย่างใกล้ชิด เพราะหากเงื่อนไขเหมาะสม ประเทศไทยก็ควรมีคอมเพล็กซ์ความบันเทิงอย่างน้อยหนึ่งแห่งที่สามารถเป็นหน้าเป็นตาในระดับภูมิภาคได้”
ประเด็นความกังวลเรื่องฟอกเงินและติดพนันอย่างไร?
Kevin Clayton ยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมปัญหาทั้งสองด้านอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการปฏิบัติตามแนวทาง ต่อต้านการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering หรือ AML) “เราใช้แนวปฏิบัติระดับสากล ทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ และผ่านการตรวจสอบจากองค์กรอิสระทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการ AML ดำเนินอย่างถูกต้องและโปร่งใส”
ในด้านของ การป้องกันปัญหาการพนัน บริษัทได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในประเทศต่าง ๆ เช่น มาเก๊า สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบคลุมการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ องค์กรสาธารณสุข มหาวิทยาลัย และหน่วยวิจัย เพื่อสร้างแนวทาง “การเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Gambling)
มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมทั้ง:
- การจัดบริการช่วยเหลือในสถานที่
- การสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงกับลูกค้าอย่างชัดเจน
- การวิจัยและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
- การฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักถึงสัญญาณเตือนของปัญหาพนัน
Kevin Clayton ย้ำว่า “เราไม่เพียงพูดถึงการควบคุมเท่านั้น แต่ได้นำระบบที่พิสูจน์แล้วมาใช้จริง และพร้อมจะร่วมมือกับหน่วยงานไทยอย่างเต็มที่ เพื่อให้โครงการพัฒนาไปในทางที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์กับประเทศ”
อะไรทำให้ไทยมีศักยภาพสร้างคอมเพล็กซ์ความบันเทิงได้สำเร็จ?
ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ กำลังได้รับความสนใจในฐานะหนึ่งในทำเลศักยภาพสำหรับการพัฒนา สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) จากผู้ประกอบการระดับโลก เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งหลายด้าน
1. ทำเลที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน
กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมโยงเส้นทางบินระหว่างประเทศกับเมืองสำคัญอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ และอีกหลายเมืองใหญ่ ทำให้รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างสะดวก โครงสร้างพื้นฐานโดยรวม—ทั้งท่าอากาศยาน ถนน ระบบขนส่งมวลชน—มีความพร้อมระดับสูง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อความสำเร็จของสถานบันเทิงครบวงจรที่พึ่งพาการเดินทางและการท่องเที่ยว
2. ศักยภาพของคนไทยและความเข้าใจในการให้บริการ
ประชากรในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มีพลัง ขับเคลื่อนด้วยความกระตือรือร้น และมองหาความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จะยกระดับประเทศ โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่เพียงเป็นการลงทุนด้านโครงสร้าง แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะบุคลากร และยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับสากล
3. โอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์ระดับโลกจากรากฐานท้องถิ่น
ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรม การบริการ และการต้อนรับ ซึ่งสามารถผสานเข้ากับความรู้และเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวและความบันเทิงที่โดดเด่นในระดับโลก
ถ้าเริ่มที่ท่าเรือ ควรใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณเท่าไหร่?
แม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูพื้นที่ท่าเรือเพื่อรองรับโครงการสถานบันเทิงครบวงจรในกรุงเทพฯ แต่ในความเป็นจริง ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินตัวเลขการลงทุนเบื้องต้นได้อย่างชัดเจน
Kevin Clayton Chief Brand Officer แห่ง Galaxy Resorts Thailand ระบุว่า
“แม้จะมีรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ แต่ยังไม่มีที่ดินแปลงใดได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการในกระบวนการนี้ และตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปหรือลงตัวเลขการลงทุนได้อย่างแม่นยำ”
Clayton อธิบายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ท่าเรือ โดยเฉพาะบริเวณที่ติดแม่น้ำหรือมีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง อาจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับภูมิทัศน์ และเชื่อมต่อกับระบบคมนาคมหลักของเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
Galaxy Resorts Thailand ยังคงเปิดกว้างในการพิจารณาพื้นที่ศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ โดยพิจารณาจากปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การเข้าถึงของนักท่องเที่ยว ความพร้อมของระบบขนส่ง และความเหมาะสมในเชิงพาณิชย์ หากรัฐบาลไทยเสนอแปลงที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ท่าเรือหรือพื้นที่อื่น นักลงทุนจะต้องประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน






