ไทยสร้างไทย ประกาศ ขอเป็น"ยากันลุง" ปิดสวิตช์รัฐประหาร

12 พฤษภาคม 2566

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 66 "สุดารัตน์ ควง ศิธา "ประกาศขอเป็น"ยากันลุง" ปิดสวิตช์รัฐประหาร รื้อโครงสร้างพลังงาน ค่าไฟไม่เกิน 3.50 บาทต่อหน่วย ลุยปราบคอร์รัปชัน

"คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" และ "น.ต.ศิธา ทิวารี"2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านรายการ "Road to The Future เส้นทางผู้นำ" ทางเนชั่นทีวี  

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องค่าไฟแพง พรรคได้ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน จากสัญญาที่อนุมัติให้เอกชนไปผลิตไฟฟ้า แม้จะยังไม่ผลิตออกมา ประชาชนกลับต้องแบกภาระจ่ายค่าผลิต พรรคได้ฟ้องศาล เอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ค่าไฟแพงไปแล้ว 1 คดี ยังเหลืออีก2 คดี กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจะเอาผิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น นักการเมือง ข้าราชการ หรือ เอกชน ถ้าพิสูจน์แล้วว่ามีความผิดจริง  

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

 "ถ้าพรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล เราไม่เกรงกลัวอะไร พรรคใหญ่ๆประกาศ รื้อโครงสร้างพลังงาน แต่มีพรรคไหนกล้าทำอย่างเราบ้าง ได้นำเรื่องฟ้องศาล เอาผิดคนที่เกี่ยวข้องต้นเหตุทำให้ค่าไฟแพงไปแล้ว1คดี ยังเหลืออีก 2 คดี จะปรับโครงสร้างพลังงานทั้งหมด ยืนยันหากเป็นรัฐบาล ค่าไฟไม่เกิน 3.50 บาทต่อหน่วย"
 

น.ต.ศิธากล่าวว่า การผลิตไฟฟ้ามาจากแก๊ส ถ้าจัดสรรให้ดีแก๊สในอ่าวไทย จะมีพอสำหรับคนไทยไปอีกหลายสิบปี แต่ไม่ใช่จัดสรรแก๊สให้เอกชน แต่ประชาชนกลับต้องนำเข้า ซึ่งราคาแพงกว่าถึง 5 เท่า เอาทรัพยากรธรรมชาติไปเผาสร้างเงินให้เอกชน ทำให้ประชาชนรับกรรม ไฟฟ้าคนไทยใช้มากสุด 3 หมื่นเมกกะวัต แต่กลับมีการอนุมัติทั้งหมด 7 หมื่นเมกกะวัตต์

  โดยย้ำว่า รัฐบาล 9 ปี ที่ผ่านมาเน้นความมั่นคงที่เป็นความมั่นคงจริงๆ กับความมั่นคงทางด้านพลังงาน ขอยืนยัน หากไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล จะนำแก๊สในอ่าวไทยมาทำประโยชน์เพื่อคนไทยเท่านั้น" 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-น.ต.ศิธา ทิวารี"2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

 ถาม :การตั้งรัฐบาลพรรคมีเงื่อนไข หรือจะไม่จับมือกับพรรคใดในการร่วมรัฐบาลบ้าง 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยไม่สนับสนุนเผด็จการจำแลงแปลงร่าง หรือ ลุงชุบแป้งทอด ที่แม้จะกลับมาตามระบอบประชาธิปไตย แต่เสื้อคลุมยังเป็นเผด็จการ เราไม่เอาเด็ดขาด ในหลักการต้องพอกันที

"สำหรับการรัฐประหาร ขอเสนอแก้กฎหมาย ให้มีสสร.ร่างรัฐธรรมนูญ ปิดสวิตช์รัฐประหาร ให้ถือว่า รัฐประหารเป็นกบฎ พร้อมจะรณรงค์ให้หน่วยราชการ ศาล ลงสัตยาบัน จะไม่รับอำนาจจากรัฏฐาธิปัตย์เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นประเทศจะไม่พ้นจากวงจรอุบาทว์ เราจะเป็น ยากันลุง ไม่ว่าลุงไหนๆก็จะกลับมาไม่ได้"

น.ต.ศิธา กล่าวเสริมว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะเสนอธรรมนูญประชาชนพ่วงไปอีก1ข้อให้ระบุว่า หากใครทำรัฐประหาร เมื่อประเทศกลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง บุคคลเหล่านั้นต้องถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ ในการทำรัฐประหาร เมื่ออ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ ประชาชน คนทำก็ต้องโปร่งใส พร้อมให้ถูกตรวจสอบย้อนหลัง โดยไม่มีอายุความได้ด้วย 
 

ถาม:พรรคท่านมีแนวทางการปฏิรูปตำรวจ ที่ถือเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมอย่างไร?

 คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า หากเราจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร มีเงื่อนไขเช่นกัน นอกจากจะต้องปฏิรูปพลังงาน และการขจัดปัญหาคอรัปชั่นแล้ว ยังรวมถึงการปฏิรูปตำรวจ ไม่ใช่เฉพาะองค์กรดังกล่าวอย่างเดียว รวมไปถึงองค์กรอิสระอื่นๆอีกด้วย ต้องทำให้มีความเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นประเทศเดินต่อไม่ได้ เกิดปัญหาทุนสีเทา ปัญหาการส่งส่วย อยากให้องค์กรตำรวจ องค์กรอิสระอื่นๆ มีความภาคภูมิใจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ 

 ไทยสร้างไทย ประกาศ ขอเป็น"ยากันลุง" ปิดสวิตช์รัฐประหาร

 น.ต.ศิธา กล่าวว่า ทุกองค์กรมีระเบียบข้อกำหนดที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่คนบางคนในองค์กรไปหาประโยชน์ให้ตัวเอง ทราบมาว่า เฉพาะการพนันออนไลน์ มีรายได้เกินครึ่งล้านล้านบาทต่อปี แต่มีเงินที่ต้องจ่ายส่วยต่างๆ 1-3พันล้านบาทต่อเดือน ถ้ามีการตรวจสอบ ดูแลอย่างจริงจัง เว็บที่ผิดกฎหมายคงเปิดไม่ได้ ทั้งนี้การปฏิรูปไม่ใช่เฉพาะตำรวจ ยังมีกระทรวงต่างๆประมาณ 20 กระทรวง และองค์กรอิสระอื่น เรื่องนี้ฝ่ายค้านเดิม ต้องจับมือกันและร่วมกันทำ 


 ถาม:พรรคท่านมีนโยบายปราบปรามคอรัปชั่นอย่างไร 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคได้ศึกษาโมเดลของประเทศเกาหลีใต้ ฮ่องกง มีระบบอุปถัมภ์ไม่ต่างจากเรา การแก้ปัญหาต้องเริ่มจาก หัวหรือผู้นำ การปราบ ก็ต้องจริงจัง ไม่ใช่แค่ ปราม จับแค่พวกปลาซิว ปลาสร้อย ขอประกาศจะเอานักการเมือง ข้าราชการตัวใหญ่ หากทำผิดต้องนำมาติดคุกให้ได้ เช่นเดียวกันกับ ต้องส่งเสริมให้คนในองค์กร กล้าเปิดเผยข้อมูล โดยได้รับการคุ้มครอง และมีรางวัลให้ด้วย ให้ทุกองค์กรเปิดเผยสัญญาจ้าง การจัดซื้อจัดจ้าง ผู้บริหารก็ต้องเปิดบัญชีทรัพย์สินให้หมด

 น.ต.ศิธา กล่าวว่า รูปแบบการทุจริตคอรัปชั่นเปลี่ยนไปเป็น การทุจริตเชิงนโยบาย จากเมื่อก่อนนายทุน ไปพบ นักการเมืองด้วยความเกรงใจ แต่ในวันนี้ไม่ใช่แล้ว และเงินเหล่านั้นถูกนำมาหมุนไปถึงการเลือกตั้ง ที่ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อให้ชนะ รูปแบบการประมูล อีออคชั่น คนในแวดวงไอที ต่างรู้กันดีว่า มีช่องให้เข้าไปเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือรู้กันก่อนได้ ก็ต้องไปแก้ไข
 ไทยสร้างไทย ประกาศ ขอเป็น"ยากันลุง" ปิดสวิตช์รัฐประหาร

 

ถาม:ทำไมประชาชนต้องเลือกไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เหตุที่ต้องเลือกพรรคไทยสร้างไทย เพราะเราจะเป็นทางรอดของประเทศ

 1. พรรคไทยสร้างไทยเป็น ยากันลุง หากเลือกพรรคไปทำงาน ลุงคนไหน ก็ไม่ได้กลับมา ไม่เป็นที่เหยียบยืนให้กับเผด็จการ

 2.พรรค ไม่สร้างความขัดแย้ง ความวุ่นวาย เปิดโอกาสให้คนดีมาทำรัฐประหาร

 3. พรรคพร้อมจะเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผ่านนโยบายแก้หนี้เติมทุน กองทุนเพื่อเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ คนตัวเล็ก โดยเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงแหล่งทุนได้ เป็นต้น

 4. พรรคส่งเสริมภาคการเกษตร อาหาร การท่องเที่ยว พร้อมผลักดันประเทศเป็นศูนย์กลางทางสุขภาพของโลก

 5.พรรคพร้อมดูแลประชาชนทุกคน ตั้งแต่เกิดจนแก่ มีนโยบาย ค่าเลี้ยงลูก3พันบาท เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ลดเวลาเรียนลง ผู้สูงอายุได้บำนาญประชาชน 3พันบาท มีโครงการเก็บเงินออมจากการซื้อหวย พออายุครบ60ปี ได้คืน มุ่งมั่นปราบปรามคอรัปชั่น พร้อมประกาศสงครามกับยาเสพติด 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมุ่งสร้างเศรษฐกิจใน 5 ปี นำเงินเข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาท ทำให้จีดีพี โตอย่างก้าวกระโดด ทำให้คนพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ประเทศติดกับการเมือง 2 ขั้วมานาน เราจะเป็น ยากันลุง ไม่สร้างเงื่อนไขไปสู่ รัฐประหาร ไม่มีวาระซ่อนเร้น พรรคเราประชาชนคือเจ้านาย ไม่เอาลุง ไม่เอาความขัดแย้ง คำตอบคือ ไทยสร้างไทย ประเทศไทยไปรอดแน่นอน 

 
น.ต.ศิธา กล่าวว่า ทุกพรรคมีนโยบายประชานิยม ที่ใช้เงินมหาศาล และต้องกู้เงินมา ส่วนตัวเห็นด้วย ไม่เคยโจมตี แต่สำหรับพรรคไทยสร้างไทย เลือกที่จะแก้ไปที่กลุ่มเปราะบาง อย่าง กลุ่มผู้สูงอายุก่อนผ่านนโยบายบำนาญประชาชน 3พันบาทต่อเดือน เมื่อผู้สูงอายุมีรายได้ ทำให้คนหนุ่มสาว ก็กล้าแต่งงาน สร้างครอบครัวมากขึ้น เพราะเรื่องผู้สูงอายุถูกแบ่งเบาไปแล้ว 

"ในวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.66 ขอให้พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิ์มากๆ หากอยากได้ตนไปทำงานในสภา ขอให้ช่วยลงคะแนนเสียงเลือกพรรคไทยสร้างไทยกันมากๆ เพื่อให้ตนไปทำงานในสภาฯ"น.ต.ศิธา กล่าวในตอนท้าย