
“ซิกเว่ เบรกเก้” เปิดวิสัยทัศน์ AI First เปลี่ยนวิธีคิดองค์กร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
“ซิกเว่ เบรกเก้” เปิดวิสัยทัศน์อนาคต AI ในประเทศไทย ย้ำองค์กรต้องปรับวิธีคิดและกระบวนการทำงาน ใช้ AI สร้างคุณค่าใหม่ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและการตัดสินใจ พร้อมวาง Connectivity และ Cloud เป็นรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลในทศวรรษหน้า
KEY
POINTS
- ซิกเว่ เบรกเก้ เสนอวิสัยทัศน์ให้องค์กรนำ AI มาใช้มากกว่าการลดต้นทุน โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้า สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ
- การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร AI First ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กร ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะบุคลากร ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายไอทีเพียงฝ่ายเดียว
- โครงสร้างพื้นฐานด้าน Connectivity และ Cloud เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของ AI ในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “Thailand’s AI-Powered Future: Connectivity, Cloud and the Next Decade of Growth” บนเวที “BEYOND CONNECTIVITY: Building the Intelligent Future” ในงาน CP Innovation Exposition 2026 มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9
นายซิกเว่ ระบุว่า Connectivity, Cloud และ AI มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล โดยองค์กรต้องมอง AI ให้ไกลกว่าการลดต้นทุน และนำมาใช้เป็นเครื่องมือยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ AI ซึ่งมีโอกาสเข้ามาพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจ เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก หรือ AI First ขณะที่ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว
ใช้ AI สร้างคุณค่าใหม่ให้ธุรกิจ
นายซิกเว่ กล่าวว่า องค์กรไม่ควรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อลดต้นทุนหรือลดจำนวนพนักงาน แต่ควรให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้า ช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจใหม่
การนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องปรับวิธีคิดและกระบวนการทำงานควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี
พร้อมกันนี้ นายซิกเว่ กล่าวถึงข้อมูลจากการศึกษาของ Boston Consulting Group (BCG) ซึ่งสะท้อนโอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจขององค์กรที่สามารถนำ AI มาบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานได้อย่างเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้เพียงบางส่วนอาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กร ธุรกิจจึงต้องก้าวจากการทดลองใช้เทคโนโลยีไปสู่การปรับกระบวนการทำงานและโมเดลธุรกิจอย่างจริงจัง
พัฒนาคน–ปรับกระบวนการทำงาน
นายซิกเว่ ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนงาน โดยเฉพาะผู้นำองค์กรที่ต้องเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยี และสนับสนุนให้บุคลากรนำ AI ไปใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
หัวใจสำคัญอยู่ที่การพัฒนาทักษะบุคลากร การปรับกระบวนการทำงาน และการลดข้อจำกัดจากวิธีคิดแบบเดิม เพื่อให้องค์กรนำข้อมูลและ AI มาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เมื่อดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาคนและการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง
สำหรับทรู คอร์ปอเรชั่น แนวทางการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวครอบคลุมการยกระดับทักษะ AI ให้พนักงาน การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ รวมถึงการนำระบบ AI Recommendation มาใช้ช่วยให้ทีมงานบริหารจัดการและตัดสินใจได้ใกล้ชิดกับหน้างานมากยิ่งขึ้น
Connectivity–Cloud รากฐานเศรษฐกิจยุค AI
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Connectivity และ Cloud ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยต่อยอดการใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูล การพัฒนาบริการดิจิทัล และการสร้างโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
เมื่อผสานเข้ากับการพัฒนาทักษะบุคลากรและการปรับกระบวนการทำงานอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้องค์กรไทยพร้อมรับมือกับการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง







