thansettakij
thansettakij
“อีลอน มัสก์” หนุนควบรวม SpaceX–Tesla ตั้งกรรมการพิเศษหารือดีล

“อีลอน มัสก์” หนุนควบรวม SpaceX–Tesla ตั้งกรรมการพิเศษหารือดีล

21 ต.ค. 69 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 03:23 น.

อีลอน มัสก์ เปิดทางควบรวม SpaceX–Tesla ชูศักยภาพผนึกธุรกิจ AI ชิปและหุ่นยนต์ แต่ย้ำยังไม่ตกลงเงื่อนไข ขณะหุ้น SpaceX พุ่ง 8% นอกเวลาทำการ

KEY

POINTS

  • อีลอน มัสก์ สนับสนุนแนวคิดการควบรวมกิจการระหว่าง SpaceX และ Tesla โดยทั้งสองบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว
  • การควบรวมมีเป้าหมายเพื่อผนึกกำลังในธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบชิป หุ่นยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ
  • ข้อตกลงจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการอิสระและได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น โดยปัจจุบันการเจรจายังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อีลอน มัสก์ ยืนยันเป็นครั้งแรกว่า SpaceX และ Tesla ได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อหารือการควบรวมกิจการ พร้อมแสดงความเห็นว่าการรวมสองบริษัทเป็น “แนวคิดที่ดี” ท่ามกลางความเชื่อมโยงของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ทั้ง AI การออกแบบชิป หุ่นยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

คำกล่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้น SpaceX ปรับขึ้น 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ส่วนหุ้น Tesla เพิ่มขึ้น 1.8% อย่างไรก็ตาม มัสก์ย้ำว่าการเจรจายังไม่มีข้อสรุป และไม่อาจรับประกันว่าจะเกิดข้อตกลงขึ้น

“อีลอน มัสก์” หนุนควบรวม SpaceX–Tesla ตั้งกรรมการพิเศษหารือดีล

กรรมการอิสระพิจารณา ผู้ถือหุ้นชี้ขาด

มัสก์กล่าวระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์กับนักลงทุนว่า ทั้งสองบริษัทตั้งคณะกรรมการพิเศษตามคำร้องขอของผู้ถือหุ้น โดยกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของธุรกรรม และหากบรรลุข้อตกลงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในท้ายที่สุด

“ผมคิดว่านี่เป็นแนวคิดที่ดี แต่จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิเศษของทั้งสองบริษัท” มัสก์กล่าว

เขาระบุด้วยว่า ไม่สามารถเข้าร่วมการหารือของคณะกรรมการพิเศษได้ เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยปัจจุบันถือหุ้น Tesla เกือบ 20% และถือหุ้น SpaceX ต่ำกว่า 50% เล็กน้อย

ประเด็นสำคัญคือ คณะกรรมการพิเศษยังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขธุรกรรม และอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้เลย มัสก์จึงมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการควบรวมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า การเจรจาเริ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และอาจนำไปสู่การที่ SpaceX เข้าซื้อ Tesla ขณะที่ Tesla ได้ว่าจ้างธนาคารเพื่อการลงทุนเป็นที่ปรึกษาการหารือแล้ว

ก่อนหน้านี้ บาร์เคลย์สประเมินว่า อาจมีการประกาศข้อตกลงก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Tesla ในเดือนธันวาคม ส่วนนักวิเคราะห์มองว่า การควบรวมจะทำให้มัสก์มีอำนาจควบคุมบริษัทที่เกิดจากการรวมกิจการ

ผนึก AI–ชิป–หุ่นยนต์ เชื่อมธุรกิจอวกาศ

 อีลอน มัสก์

มัสก์ให้เหตุผลว่า การรวมบริษัทมีข้อดีหลายด้าน โดยเฉพาะความร่วมมือพัฒนาซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์เหนือมนุษย์ การออกแบบชิป โรงงานผลิตชิป Terafab หุ่นยนต์ การขนส่งมวลบรรทุกขึ้นสู่วงโคจรสำหรับโครงการกลุ่มดาวเทียม Starmind และการเชื่อมต่อสื่อสาร

สำหรับ Terafab ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนผลิตชิประหว่าง SpaceX และ Tesla มัสก์คาดว่าจะผลิตชิปทดสอบตัวแรกได้ราวเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน 2570 และตั้งเป้าเริ่มผลิตในปริมาณมากภายในไตรมาส 3 ปี 2571

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนทิศทางธุรกิจของทั้งสองบริษัทที่เกี่ยวข้องกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่มัสก์เคยหยิบยกขึ้นมาสนับสนุนแนวคิดควบรวมกิจการก่อนหน้านี้

รายได้ AI พุ่ง ดัน SpaceX พลิกกำไร

การเปิดเผยเรื่องเจรจาควบรวมเกิดขึ้นพร้อมกับการรายงานผลประกอบการของ SpaceX ซึ่งมีกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ในไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีรายได้ 14,580 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 161% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจ AI เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า เป็น 7,560 ล้านดอลลาร์

รายได้ AI ส่วนใหญ่มาจากการให้เช่าขีดความสามารถศูนย์ข้อมูลแก่ผู้พัฒนา เช่น Anthropic, Google ในเครือ Alphabet และ Reflection AI มากกว่ารายได้จากโมเดล AI ของบริษัทเอง

SpaceX มีกำไรสุทธิ 4,400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีกำไร 1,570 ล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรต่อหุ้นหลังปรับปรุงรายการพิเศษอยู่ที่ 45 เซนต์ สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยที่ 13 เซนต์ ตามการคำนวณของ IBES

ธุรกิจ AI ซึ่งครอบคลุม Grok แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X และศูนย์ข้อมูล พลิกมาทำกำไรในไตรมาสดังกล่าวเช่นกัน

มัสก์คาดว่า รายได้ประจำต่อปีของ SpaceX จะอยู่ระหว่าง 500,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2570 จากความต้องการใช้ศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI

รายจ่ายลงทุนสูง รับการแข่งขันโครงสร้างพื้นฐาน

แม้รายได้ขยายตัวแรง แต่ SpaceX ยังต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลในระดับสูง โดยรายจ่ายลงทุนไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า เป็น 19,600 ล้านดอลลาร์

เบรต จอห์นเซน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ SpaceX ระบุว่า บริษัทคาดว่าจะมีรายจ่ายลงทุนในไตรมาส 4 อีก 35,000–40,000 ล้านดอลลาร์

วิลล์ รินด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจัดการสินทรัพย์ GraniteShares มองว่า ผลประกอบการด้านรายได้เป็นไปตามที่นักลงทุนฝั่งบวกต้องการ โดยสัญญาด้านการประมวลผลที่ลงนามเมื่อต้นปี กำลังเปลี่ยนเป็นรายได้เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด

การเติบโตดังกล่าวกำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ SpaceX ซึ่งเดิมมีบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เป็นแรงขับเคลื่อนทางการเงินสำคัญ ให้มีลักษณะใกล้เคียงผู้ให้บริการคลาวด์มากขึ้น

Starlink สมาชิกเกินคาด จับตารายได้ต่อราย

Starlink มีสมาชิกในไตรมาส 3 จำนวน 13.6 ล้านราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 12.19 ล้านราย จากการปล่อยดาวเทียมเพิ่มเติมและขยายบริการทั้งกลุ่มผู้บริโภค องค์กร การบิน การเดินเรือ และภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม รายได้เฉลี่ยต่อสมาชิกต่อเดือนลดลงจาก 99 ดอลลาร์ในปี 2566 เหลือ 69 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 เนื่องจากการขยายตลาดต่างประเทศด้วยแพ็กเกจราคาถูกลง โดยบริษัทระบุว่า การเข้าสู่ตลาดนอกกลุ่มประเทศที่มั่งคั่งที่สุดอาจกดรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ต่อไปในระยะยาว

ขณะเดียวกัน Starship ยังไม่ได้เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ แม้เป็นโครงการสำคัญต่อการส่งดาวเทียม Starlink รุ่นที่รองรับแบนด์วิดท์สูงขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ขึ้นสู่วงโคจร

ความสามารถในการพัฒนา Starship ให้กลับมาใช้ซ้ำได้อย่างเชื่อถือได้จึงยังเป็นหัวใจของกลยุทธ์ระยะยาว ขณะที่ธุรกิจอวกาศ ทั้งการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ ภารกิจภาครัฐ และการพัฒนา Starship ยังคงเป็นแหล่งต้นทุนและความไม่แน่นอนสำคัญของบริษัท

ที่มา Reuters