KEY
POINTS
สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก เมื่อ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX ตัดสินใจเข้าร่วมงาน World Economic Forum 2026 (WEF) ณ เมืองดาวอส เป็นครั้งแรก
ซึ่งนับเป็นการ "กลับลำ" ครั้งประวัติศาสตร์หลังจากที่เขาเคยวางตัวเป็นปรปักษ์และวิจารณ์เวทีนี้มาอย่างยาวนาน
โดยมัสก์ได้ขึ้นเวทีสนทนากับ แลร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ซีอีโอของ BlackRock พร้อมเปิดโรดแมปเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมโลก
AI จะก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์ภายในปี 2569
มัสก์ให้ทัศนะว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีระดับสติปัญญาเหนือกว่า "มนุษย์คนใดคนหนึ่ง" ภายในสิ้นปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปีหน้า และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ ภายในปี 2574 (อีก 5 ปีข้างหน้า) AI จะมีความฉลาดเหนือกว่ามนุษย์ทั้งโลกรวมกัน
โดยเขามองว่า AI ไม่ใช่ภัยคุกคามหากมีการจัดการที่ดี แต่จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
เปิดขายหุ่นยนต์ Optimus แก่บุคคลทั่วไปปีหน้า
ไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนจับตามองคือความคืบหน้าของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus โดยมัสก์ระบุว่า ขณะนี้หุ่นยนต์ดังกล่าวเริ่มทดลองใช้ทำงานจริงในโรงงาน Tesla แล้ว และบริษัทมีแผนที่จะเริ่มจำหน่ายให้แก่สาธารณชนทั่วไปภายใน "สิ้นปีหน้า"
"ทุกคนจะอยากมีหุ่นยนต์ไว้ที่บ้านเพื่อดูแลเด็กๆ ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ปกป้องและดูแลพ่อแม่ที่สูงอายุ" มัสก์กล่าวถึงวิสัยทัศน์ที่หุ่นยนต์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
ปฏิวัติการขนส่งอวกาศด้วย Starship
ในส่วนของ SpaceX มัสก์ย้ำว่าความสำเร็จของยาน Starship ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด จะทำให้ต้นทุนการเข้าถึงอวกาศลดลงถึง 100 เท่า (เหลือเพียงประมาณ 1% ของต้นทุนในปัจจุบัน) ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างนิคมถาวรบนดาวอังคารเพื่อเป็น "แผนสำรอง" ให้กับอารยธรรมมนุษย์
พลังงานและการเมืองระหว่างประเทศ
มัสก์ยังใช้เวทีนี้วิจารณ์นโยบายของสหรัฐฯ เรื่องภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากจีน โดยมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาโลกร้อน และเสนอแนวคิดการสร้าง Data Center ในอวกาศ เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เข้มข้นกว่าบนโลกและใช้ความเย็นในอวกาศช่วยระบายความร้อน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ประหยัดต้นทุนที่สุดในการประมวลผล AI ขนาดใหญ่
การมาร่วมงานครั้งนี้ของมัสก์ ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมสุดโต่งของเขาเข้ากับระบบเศรษฐกิจกระแสหลักและการเมืองโลก โดยเขาทิ้งท้ายด้วยการย้ำว่า "การเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วทำผิดพลาด ยังดีกว่าการเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแต่คาดการณ์ถูก"