
ผู้บริโภคไทย 85% เปิดรับ AI ช่วยวางแผน-ดูแลสุขภาพและชีวิต
ผลสำรวจ PwC พบ 85% เปิดรับ AI ช่วยดูแลสุขภาพ ขณะที่ 80% เคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะ และ 71% ซื้อวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สะท้อนโอกาสธุรกิจสุขภาพและโซลูชันเฉพาะบุคคล
KEY
POINTS
- ผลสำรวจเผยว่าผู้บริโภคชาวไทย 85% เปิดรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยดูแลสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งด้าน
- การใช้งาน AI ที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือการสร้างแผนออกกำลังกายและสุขภาวะ (48%) การให้คำแนะนำด้านโภชนาการ (41%) และการคาดการณ์ปัญหาสุขภาพในอนาคต (36%)
- ผู้บริโภคต้องการให้ AI เป็นผู้ช่วยส่วนบุคคลที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละคน ไม่ใช่แค่แหล่งข้อมูลทั่วไป
พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ “สุขภาพ” เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกอาหารและเครื่องดื่ม การดูแลโภชนาการ การออกกำลังกาย ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยวางแผนและดูแลสุขภาวะของตนเอง
รายงานผลสำรวจเสียงของผู้บริโภคไทย ประจำปี 2569 ซึ่งสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคชาวไทย 501 คน สะท้อนแนวโน้มดังกล่าว ขณะที่การวิจัยระดับโลกของ PwC ซึ่งสำรวจผู้บริโภค 21,808 คน ใน 27 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ พบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มขึ้น และมองหาแนวทางยกระดับสุขภาวะผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน โซลูชันเฉพาะบุคคล และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ
85% เปิดรับ AI ดูแลสุขภาพ
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญคือบทบาทของ AI ที่ขยายจากการเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล ไปสู่การเป็นตัวช่วยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น
ผลสำรวจพบว่า 85% ของผู้บริโภคชาวไทยเปิดรับการใช้ AI เพื่อช่วยดูแลสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งด้าน โดยการใช้งานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับข้อมูล แต่ครอบคลุมถึงการนำ AI มาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและออกแบบแนวทางดูแลสุขภาพให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ในจำนวนนี้ 48% สนใจใช้ AI เพื่อสร้างแผนการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาวะ ขณะที่ 41% ใช้หรือเปิดรับ AI ในการตอบโจทย์ด้านโภชนาการ และ 36% เปิดรับการใช้ AI เพื่อคาดการณ์ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยเริ่มมอง AI มากกว่าการเป็นแหล่งข้อมูล แต่ต้องการเทคโนโลยีที่สามารถนำข้อมูลส่วนบุคคลมาประกอบการให้คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการของแต่ละคนมากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจพัฒนาโซลูชันสุขภาพที่ผสาน AI เข้ากับบริการและสินค้า ตั้งแต่การออกกำลังกาย โภชนาการ ไปจนถึงการติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ
คนไทยพร้อมควักเงินดูแลสุขภาพ
ขณะเดียวกัน การให้ความสำคัญกับสุขภาพยังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอุปกรณ์ออกกำลังกาย กลายเป็นหมวดที่ผู้บริโภคไทยให้ความสนใจสูง
ผลสำรวจพบว่า 80% ของผู้บริโภคไทยเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะ สูงกว่าสัดส่วนทั่วโลกที่ 35% อย่างชัดเจน สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของอาหารจากสินค้าที่ตอบโจทย์ความอิ่มหรือการบริโภคทั่วไป ไปสู่ส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
ขณะที่ 71% เคยซื้อวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เทียบกับ 64% ทั่วโลก สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคไทยในวงกว้าง
ส่วนการใช้จ่ายด้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย พบว่า 33% เคยซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย เทียบกับ 22% ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าตลาดสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ขยายไปถึงสินค้าและอุปกรณ์ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตที่แอคทีฟมากขึ้น
ภาพรวมจึงสะท้อนการขยายตัวของ “เศรษฐกิจสุขภาพ” ในระดับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และไม่ได้จำกัดเฉพาะการรักษาเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพแล้ว
กังวลสารตกค้าง อาหารแปรรูป ไมโครพลาสติก
นอกจากการลงทุนกับสุขภาพแล้ว ผู้บริโภคไทยยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่บริโภคในแต่ละวัน โดยเฉพาะประเด็นสารตกค้างในอาหาร อาหารแปรรูปขั้นสูง และไมโครพลาสติก
ผลสำรวจระบุว่า 91% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีตกค้างในอาหาร ตั้งแต่ระดับกังวลเล็กน้อยขึ้นไป ขณะที่ 87% กังวลเกี่ยวกับอาหารแปรรูปขั้นสูง หรือ Ultra-processed Foods
ส่วนประเด็น การตรวจสอบย้อนกลับของอาหารและไมโครพลาสติก มีผู้บริโภค 77% ที่แสดงความกังวล ในระดับเล็กน้อย ปานกลาง มาก หรืออย่างยิ่ง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประเด็นด้านความปลอดภัยอาหารและสารปนเปื้อนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาสินค้าและแบรนด์มากขึ้น โดยสุขภาพเริ่มเชื่อมโยงกับทั้งเรื่องอาหาร สิ่งแวดล้อม และความโปร่งใสของกระบวนการผลิต
สำหรับภาคธุรกิจ แนวโน้มดังกล่าวสร้างโอกาสให้เกิดสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น เช่น อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย ผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลส่วนประกอบชัดเจน ตลอดจนสินค้าที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้
สุขภาพกลายเป็นโจทย์ใหม่ของธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคไทยทำให้ “สุขภาพ” ไม่ได้เป็นตลาดเฉพาะของธุรกิจโรงพยาบาลหรือบริการทางการแพทย์อีกต่อไป แต่เชื่อมโยงไปยังอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์ออกกำลังกาย เทคโนโลยี และบริการดิจิทัล
ขณะเดียวกัน การเปิดรับ AI ในระดับ 85% ยังสะท้อนความต้องการของผู้บริโภคต่อบริการที่สามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการออกกำลังกาย โภชนาการ และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
สำหรับธุรกิจ ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงการนำเสนอสินค้าเพื่อสุขภาพ แต่รวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูล ความโปร่งใสของส่วนประกอบและกระบวนการผลิต ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์และคำแนะนำที่เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
ผลสำรวจดังกล่าวจึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของผู้บริโภคไทย จากการดูแลสุขภาพเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาวะในชีวิตประจำวัน ซึ่งกำลังสร้างความต้องการใหม่ให้กับสินค้า บริการ และเทคโนโลยีในตลาดสุขภาพของไทย







