

KEY
POINTS
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงชาครีย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัย มหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ในฐานะสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับเลือกจาก Harvard Health Systems Innovation Lab มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้เป็น Official Local Hub จัดการแข่งขัน Mahidol x Harvard Health Systems Innovation Lab Hackathon 2026 เพื่อคัดเลือกตัวแทนนวัตกรไทยไปแข่งขันในเวที Medical AI ระดับโลก
ประกาศเปิดรับสมัครผู้สนใจอายุ 15–85 ปี ตั้งแต่ วันนี้ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2569 ชิงเงินรางวัล 150,000 บาท พร้อมสิทธิ์เข้าร่วม Harvard-led Incubation Program และ Bootcamp ระดับนานาชาติ รวมถึงโอกาสนำเสนอผลงานต่อนักลงทุนระดับโลก ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา โดยการแข่งขันเพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยจะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 3–4 เมษายน 2569 ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรไทยเข้าสู่เครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก ซึ่งจัดงานว่า Health Systems Innovation Lab (HSIL) Hackathon เป็นเวทีนวัตกรรมด้านระบบสุขภาพระดับโลกที่จัดขึ้นโดย Health Systems Innovation Lab แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนานวัตกรรมจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมกัน
โดยออกแบบโซลูชันในการแก้ไขโจทย์ท้าทายและเสริมความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพโลก ผ่านการประยุกต์ใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีเป้าหมายมุ่งพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดสู่ต้นแบบที่ใช้งานได้จริง ซึ่งในแต่ละปี HSIL จะจัด Hackathon ร่วมกับประเทศและสถาบันพันธมิตรจากหลายภูมิภาคทั่วโลก
สำหรับปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Building High-Value Health Systems: Leveraging AI”โดยมีศูนย์การแข่งขัน (Official Local Hub) รวม 36 แห่ง จาก 33 ประเทศ ซึ่งแต่ละศูนย์จะจัดการแข่งขันในระดับประเทศ เพื่อคัดเลือกตัวแทนเหลือ 50 ทีม สุดท้ายก่อนเข้าสู่การแข่งขันในเวทีระดับโลก
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้เป็น OfficialLocal Hub แห่งแรกของประเทศไทย ถือเป็นก้าวแรกของการขยายความร่วมมือเชิงลึกระหว่างสถาบัน โดยใช้กิจกรรม Hackathon เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการวิจัยร่วม การบ่มเพาะนวัตกรรม และการต่อยอดสู่การใช้งานจริง ตลอดจนการลงทุนในระดับนานาชาติต่อไป
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงชาครีย์ กล่าวว่า โครงการ Mahidol x Harvard Health Systems Innovation Lab Hackathon 2026 ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านนวัตกรรมทั่วไป แต่ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Platform) สำหรับเชื่อมโยงการเรียนรู้ การลงมือพัฒนา และการนำไปใช้จริง พร้อมเปิดกว้างรับผู้สมัครอายุระหว่าง 15–85 ปี ครอบคลุมตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์
ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ทำงานบนโจทย์ด้านระบบสุขภาพที่สะท้อนปัญหาในโลกความเป็นจริงพร้อมรับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก Harvard ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสุขภาพ และผู้นำจากภาคอุตสาหกรรม HealthTech ผ่านระบบ Mentorship ระดับโลก
เพื่อพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ตอบโจทย์การใช้งานในระบบสุขภาพจริง และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต ซึ่งมีไฮไลท์สำคัญของโครงการได้แก่ Awards, Incubation & Global Acceleration ชิงเงินรางวัล พร้อมโอกาสเข้าร่วม Harvard-led Incubation Program และ Bootcamp ระดับนานาชาติ
เพื่อเร่งการพัฒนาจากต้นแบบสู่โครงการนำร่อง งานวิจัยและ Early Startup World-Class Mentorship & Expert Clinics การได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทั้งด้านระบบสุขภาพ การแพทย์ และผู้นำอุตสาหกรรม ผ่านระบบ Mentorship From Concept to Real Prototypeการพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบ AI ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในระบบสุขภาพ พร้อมเส้นทางการต่อยอดเชิงพาณิชย์ Global Pitching & Investment Opportunities การนำเสนอผลงานต่อInternational Venture Capitalists และพันธมิตรระดับโลก
เปิดโอกาสด้านเงินทุนและความร่วมมือ International Innovation & Research Network สร้างเครือข่ายนักนวัตกรรม นักวิจัย แพทย์ และผู้ประกอบการในระดับนานาชาติ และ Real-World Impact & Societal Value มุ่งเน้นนวัตกรรมที่สามารถขยายผลได้จริง มีความยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงระบบต่อสังคมและระบบสุขภาพอย่างแท้จริง
“กิจกรรมนี้เป็นโอกาสทองสำหรับนวัตกรไทยทุกคน ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมสมัคร เพราะสิ่งที่จะได้มากกว่าการแข่งขัน คือ ประสบการณ์ในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ช่วง Pre-Hackathon ในรูปแบบออนไลน์ กับกิจกรรมเวิร์คช็อปเพื่อเตรียมความพร้อมด้วยมาตรฐานระดับโลก สู่การแข่งขันแบบ On-site ที่ผู้เข้าร่วมจะได้พัฒนาต้นแบบอย่างเข้มข้น พร้อมแนวทางการต่อยอดสู่การใช้งานจริงและเชิงพาณิชย์”
สำหรับผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย นอกจากจะได้รับเงินรางวัลแล้ว หากสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 50 ทีมสุดท้าย จะได้เข้าร่วมช่วง Post-Hackathon Incubation ร่วมกับ Harvard Health Systems Innovation Lab ผ่านHarvard-led Incubation Program และ Bootcamp ระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาผลงานจากต้นแบบสู่โครงการนำร่อง งานวิจัย และ Early Startup ขณะเดียวกันทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 10 ทีมสุดท้าย จะได้เข้าสู่โปรแกรมพัฒนาเชิงลึก (Venture Building Immersion)
พร้อมนำเสนอผลงานต่อกลุ่มนักลงทุนและพันธมิตรระดับโลก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการระดมทุนและขยายผลงานสู่ตลาดสากล
การที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับเลือกให้เป็น Official Local Hub ในประเทศไทย สะท้อนถึงศักยภาพด้านการวิจัย การแพทย์ และนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงความเชื่อมั่นในบทบาทการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านสุขภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการมีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งกับสถาบันการแพทย์และองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถทำหน้าที่เป็นGateway เชื่อมนวัตกรไทยเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลกของ Harvard ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัยและนวัตกรรม ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีศักยภาพและมีความสนใจด้านเทคโนโลยีสุขภาพและ AI for Healthcare ได้เข้ามาเรียนรู้ ทดลอง และแสดงศักยภาพบนเวทีระดับนานาชาติ เพื่อสร้าง Talent Pipeline เชิงยุทธศาสตร์
ที่เชื่อมโยงนวัตกรรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบพร้อมเสริมสร้างแรงจูงใจในการเข้าศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องในอนาคต ที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่มันคือ Journey ในการพาทุกคนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบ World-class อย่างแท้จริง เป็นเส้นทางลัดจากกรุงเทพฯ สู่บอสตัน ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและสร้างโอกาสในการเข้าถึงนักลงทุนระดับโลกให้กับนวัตกรไทย