
ชูนวัตกรรม Medical AI 'แคริว่า' ยกระดับโรงพยาบาลสู่ Smart Hospital
ชงนวัตกรรม Medical AI พลิกโฉมสาธารณสุขไทย แคริว่าผนึก BDMS ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมยกระดับโรงพยาบาลสู่ Smart Hospital อย่างเต็มรูปแบบ
KEY
POINTS
- แคริว่าใช้เทคโนโลยี Medical AI เพื่อลดภาระงานด้านเอกสารของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้มีเวลาดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น
- นำเสนอ 4 นวัตกรรมหลัก ได้แก่ MOR-ASR (เปลี่ยนเสียงเป็นเวชระเบียน), AI-Translators (แปลภาษาทางการแพทย์), Helix Star (ตรวจยีนส์แพ้ยา) และ Medicart (รถเข็นยาอัจฉริยะ)
- ร่วมมือกับเครือโรงพยาบาล BDMS เพื่อนำร่องการใช้งานและยกระดับโรงพยาบาลไทยสู่การเป็น Smart Hospital
ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ไทยต้องเผชิญภาวะทำงานหนักเกินพิกัด โดยเฉพาะภาระงานด้านเอกสารที่แย่งเวลาการดูแลผู้ป่วยโดยตรงไปเกือบครึ่งหนึ่ง แคริว่าจึงได้พัฒนาดิจิทัลโซลูชันด้านเฮลท์แคร์เพื่ออุดช่องโหว่เชิงโครงสร้างนี้ ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ เพื่อคืนเวลาให้แพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิดและเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในยุคดิจิทัล
นายณรงค์ชัย ลิมป์ปิยาภิรมย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แคริว่า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “แคริว่า” (Cariva) ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาดิจิทัลโซลูชันด้านเฮลท์แคร์ กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความแออัดในสถานพยาบาลหรือภาวะภาวะหมดไฟของบุคลากรทางการแพทย์
ข้อมูลจากงานวิจัยใน Annals of Internal Medicine ระบุว่า แพทย์ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของวันทำงานไปกับงานเอกสารและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่มีเวลาดูแลผู้ป่วยโดยตรงเพียง 27% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าในทุกๆ 1 ชั่วโมงที่ตรวจคนไข้ แพทย์อาจต้องเสียเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมงเพื่อบันทึกข้อมูล
4 นวัตกรรมลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ
แคริว่าจึงร่วมกับบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพื่อนำนวัตกรรม AI เข้ามาปลดล็อกศักยภาพของโรงพยาบาลไทย โดยมุ่งเน้นการลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการรักษาผ่าน 4 นวัตกรรมหลัก ดังนี้
1. MOR-ASR: นวัตกรรมเปลี่ยนเสียงพูดเป็นเวชระเบียน ปัญหาการก้มหน้าพิมพ์คอมพิวเตอร์ระหว่างซักประวัติจะหมดไป ด้วยระบบ MOR-ASR ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ในไทยโดยเฉพาะ
นวัตกรรมนี้รองรับการทำงานทั้งในแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) แผนกผู้ป่วยใน (IPD) และการบันทึกทางการพยาบาล (Nurse note) โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยในที่ AI สามารถขยายความจากคำย่อและจัดเรียงเนื้อหาตามมาตรฐานสากล (JCI) ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ซึ่งผลจากการใช้งานจริงพบว่าช่วยลดภาระงานเอกสารได้ถึง 50%
2. AI-Translators: ทลายกำแพงภาษาเพื่อความปลอดภัย เพื่อรองรับการเป็น Medical Hub ที่มีผู้ป่วยต่างชาติจำนวนมาก แคริว่าได้พัฒนาระบบแปลภาษาทางการแพทย์ที่รองรับมากกว่า 27 ภาษา, ความแตกต่างของ AI-Translator นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว (Privacy-First) โดยไม่มีการเก็บบันทึกการสนทนา เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA
3. Helix Star: การป้องกันเชิงรุกผ่านรหัสพันธุกรรม อาการแพ้ยารุนแรงเป็นภัยเงียบที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งคนไทยกว่า 9.7 ล้านคนมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมในเรื่องนี้ นวัตกรรม Helix Star จึงนำเทคโนโลยี Long-Read Sequencing มาใช้ถอดรหัสพันธุกรรมจากการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว
4. Medicart: รถเข็นยาอัจฉริยะลดความผิดพลาด เพื่อปิดช่องโหว่ความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ในขั้นตอนการจ่ายยา Medicart จึงถูกพัฒนาขึ้นมา โดยพยาบาลต้องยืนยันตัวตนและสแกนบาร์โค้ดที่ข้อมือผู้ป่วยก่อน
“นวัตกรรมทั้งหมดนี้เป็นการบูรณาการระบบโรงพยาบาลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ หัวใจสำคัญของการเป็น Smart Hospital ตามวิสัยทัศน์ของแคริว่า ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถใช้เวลาและศักยภาพที่มี ไปกับการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง”







