thansettakij
thansettakij
Medical AI มาแรง “ฟูจิฟิล์ม” กางแผนรับเทรนด์-ยกระดับสาธรณสุขไทย

Medical AI มาแรง “ฟูจิฟิล์ม” กางแผนรับเทรนด์-ยกระดับสาธรณสุขไทย

22 มี.ค. 69 | 07:24 น.
อัปเดตล่าสุด :22 มี.ค. 69 | 07:34 น.

ฟูจิฟิล์มกางแผนรุก Medical AI รับเทรนด์ตลาดโลก ชูนวัตกรรม ช่วยวินิจฉัยโรคแม่นยำและเร็ว ลดภาระบุคลากรและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำสาธารณสุขไทย

KEY

POINTS

  • ฟูจิฟิล์มนำเทคโนโลยี AI มาใช้กับระบบรังสีวินิจฉัย เพื่อรับมือกับเทรนด์การแพทย์โลกที่กำลังเติบโต โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค
  • เทคโนโลยี AI มีเป้าหมายเพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุขและภาวะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ในไทย โดยช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคและตรวจจับโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • กลยุทธ์ของฟูจิฟิล์มคือการจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ควบคู่กับโซลูชัน AI โดยเน้นการสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่การทดแทน

นายเอสนุ ฮาลิม Senior Regional Clinical Marketing Manager บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์มากขึ้นเรื่อย ๆ คาดการณ์ว่าตลาด AI ทางการแพทย์ทั่วโลกจะเติบโตจาก 36,670 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ไปสู่ 505,590 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2576 และสำหรับประเทศไทย เทคโนโลยีลักษณะนี้สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุขได้ เนื่องจากบางภูมิภาคยังมีอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรสูง เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีสัดส่วนประมาณ 1 แพทย์ต่อประชากร 2,497 คน

ดังนั้น ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จึงจัดงาน “Fujifilm Visionary RadTech, Redefining X-ray with AI” นำเสนอระบบรังสีวินิจฉัยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยแนวคิดสำคัญในการเทคโนโลยี ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บุคลากรทางการแพทย์ยังมีจำนวนจำกัด

“ตอนนี้ AI กำลังเปลี่ยนการรักษาโรคจากเชิงรับ (Reactive) เป็นเชิงรุก (Proactive) ช่วยให้ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม (Mammography) ช่วยให้การวินิจฉัยเร็วและแม่นยำขึ้น และ AI จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนรังสีแพทย์ในการตัดสินใจช่วยให่การรักษาของผู้ป่วยแม่นยำมากขึ้น”

นายเอสนุ กล่าวว่า ในประเทศไทยประชาชนจำนวนมากยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการรักษา วาระเร่งด่วนในขณะนี้จึงเป็นการจัดหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมการบูรณาการ AI ขั้นสูงเข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพและเวิร์กโฟลว์ในการทำงาน ฟูจิฟิล์มจึงมุ่งมั่นสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ตลอดเส้นทางการวินิจฉัยโรค ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแปลผลทางการแพทย์ 

Medical AI มาแรง “ฟูจิฟิล์ม” กางแผนรับเทรนด์-ยกระดับสาธรณสุขไทย

โดยเป้าหมายของฟูจิฟิล์มไม่ใช่การทดแทนทักษะหรือดุลยพินิจของบุคลากรทางการแพทย์ แต่คือการขยายขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อให้นักรังสีเทคนิคในโรงพยาบาลท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนด้านการวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การทำงานร่วมกับบุคลากรและสถานพยาบาล

นายรัชกิจ เติมบุญศักดิ์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ ดูแลในส่วนเครื่องเอกซเรย์และไอที บริษัท ฟูจิฟิล์ม(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ของฟูจอฟิล์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพสำหรับแผนกรังสีวิทยาที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก  AI ยังช่วยลดความซับซ้อนในการจัดท่าและยกระดับคุณภาพของภาพ นับเป็นการช่วยลดภาระบุคลากร ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือหอผู้ป่วยวิกฤต ช่วยร่นระยะเวลาการวินิจฉัยและสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

ที้งนี้ ระบบ AI ได้เข้ามาอยู่ในแวดวงการแพทย์ไทยอย่างชัดเจนในช่วง 5-10 ปีหลัง แต่จริง ๆ มีใช้มานานมากกว่า 10 ปีแล้ว แต่กลยุทธ์ของฟูจิฟิล์มในปี 2569 คือการขายอุปกรณ์เทคโนโลยีสูงควบคู่กับ AI โดยเน้นฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ในกลุ่มเครื่อง X-ray ของฟูจิฟิล์มราคาประมาณ 5-10 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับการปรับแต่ง (Configuration) ซึ่งฟูจิฟิล์มอยู่ในไทยมามากกว่า 30 ปี ตั้งแต่ยุคฟิล์ม X-ray ดังนั้น ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตสำหรับปีนี้จึงตั้งเป้าไว้ประมาณ 15% ท่ามกลางความท้าทายเรื่องเศรษฐกิจและสงคราม

Medical AI มาแรง “ฟูจิฟิล์ม” กางแผนรับเทรนด์-ยกระดับสาธรณสุขไทย

ด้าน นาย โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์ สิ่งสำคัญคือการตรวจหาโรคให้เร็วที่สุด แต่ความท้าทายที่สำคัญในประเทผศไทยด้านบุคคลากรทางการแพทย์ก็ยังคงไม่เพียงพอ

ดังนั้น ฟูจิฟิล์ม จะคงเดินหน้าพันธกิจในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการผนึกกำลังกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ พร้อมการผสานพลัง AI ในทุกขั้นตอนของกระบวนการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการวินิจฉัยและการบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ เพื่ สร้างระบบสุขภาพที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่