
แอดวานซ์เทค ดัน WISE-IoT เชื่อม Edge AI ปั้นเมือง-ค้าปลีกอัจฉริยะ
แอดวานซ์เทค เร่งขยาย WISE-IoT Platform ในอาเซียน เชื่อมข้อมูลจากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์เข้ากับ Edge AI เปิดทางพันธมิตรพัฒนาโซลูชันเมือง ค้าปลีก อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ
KEY
POINTS
- แอดวานซ์เทคผลักดันแพลตฟอร์ม WISE-IoT เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ต่างๆ เข้ากับเทคโนโลยี Edge AI
- มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาโซลูชันสำหรับเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และธุรกิจค้าปลีกอัจฉริยะ (Smart Retail)
- โซลูชันสำหรับเมืองอัจฉริยะช่วยในการบริหารจัดการเมืองแบบเรียลไทม์ ส่วนในธุรกิจค้าปลีกช่วยแก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายและลดการสูญเสียสินค้า
แอดวานซ์เทค เดินหน้าขยายระบบ WISE-IoT Platform ในตลาดอาเซียน เพื่อเชื่อมข้อมูลจากอุปกรณ์ เซ็นเซอร์ และระบบหน้างานเข้ากับ Edge AI นำไปพัฒนาโซลูชันสำหรับเมืองอัจฉริยะ ธุรกิจค้าปลีก อาคารภาครัฐ โรงงาน คลังสินค้า และโครงสร้างพื้นฐาน
แพลตฟอร์มดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการไว้บนระบบเดียว ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การประมวลผลบริเวณหน้างาน ไปจนถึงการวิเคราะห์และนำข้อมูลไปใช้บริหารจัดการแบบเรียลไทม์ แนวทางนี้ช่วยลดความซับซ้อนของการเชื่อมต่อระบบ และเปิดให้ผู้วางระบบกับพันธมิตรซอฟต์แวร์นำข้อมูลไปพัฒนาเป็นโซลูชันเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม
เชื่อมข้อมูลหน้างานเข้าสู่ระบบ AI
เมทริกซ์ ชุง ผู้จัดการธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค ฝ่าย Service-IoT ประจำอาเซียน บริษัท แอดวานซ์เทค จำกัด กล่าวว่า บริษัทใช้โมเดลธุรกิจที่มีพันธมิตรเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำ WISE-IoT Platform มาเป็นโครงสร้างหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ เซ็นเซอร์ และระบบต่าง ๆ
WISE-IoT รองรับโปรโตคอลที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและ IoT เช่น Modbus และ MQTT สามารถส่งต่อข้อมูลจากหน้างานเข้าสู่ระบบติดตามผล แดชบอร์ด การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและตัดสินใจ
“เป้าหมายคือการลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ และเปิดโอกาสให้ผู้วางระบบกับพันธมิตรนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นโซลูชันเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรมได้มากขึ้น” เมทริกซ์กล่าว
ด้านโจเอล ออง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แอดวานซ์เทค สิงคโปร์ เสนอแนวคิด “AI Teammates” หรือ AI Agent ที่สามารถทำงานบนระบบ Edge โดยมีกระบวนการตั้งแต่การกำหนดบทบาท ฝึกองค์ความรู้ ติดตั้งใช้งาน และประเมินผล
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ AI ที่ขยับจากการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล ไปสู่การเป็นผู้ช่วยสนับสนุนบุคลากรในงานบริการและการปฏิบัติงานจริง
Smart City ใช้ข้อมูลบริหารเมืองแบบเรียลไทม์
กุณณา กรุณานิธี หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท Tapway Sdn. Bhd. ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยแนวทางนำระบบ City OS, Shogun OS และ SamurAI มาเชื่อมกับ Edge AI ของแอดวานซ์เทค เพื่อพัฒนาโซลูชันเมืองอัจฉริยะ โดยระบบสามารถรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ ทั้งระดับน้ำ ปริมาณฝน สภาพอากาศ การจราจร และการใช้พลังงาน ก่อนนำมาวิเคราะห์เพื่อติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนเหตุการณ์ และสนับสนุนการบริหารจัดการเมือง ข้อมูลยังสามารถนำไปแสดงผลผ่านระบบ Digital Twin ซึ่งจำลองข้อมูลจากพื้นที่จริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นสถานการณ์และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
Smart Retail แก้ข้อมูลกระจัดกระจาย-ลดสินค้าสูญหาย
ในธุรกิจค้าปลีก วิษณุพงษ์ วงศ์วาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อดาซอฟท์ จำกัด นำระบบ AdaPos+ Transaction & Workflow Intelligence มาเชื่อมกับ WISE-IoT Edge AI & Sensing เพื่อจัดการปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย สินค้าสูญหาย การบริหารแรงงาน และการใช้พลังงาน
หลักการสำคัญคือ เริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้กับโจทย์ทางธุรกิจที่สามารถกำหนดตัวชี้วัดและประเมินผลได้ ก่อนขยายการใช้งานไปยังสาขาหรือกระบวนการอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนระบบขนาดใหญ่โดยยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
โซลูชันในกลุ่มค้าปลีกยังครอบคลุมระบบชำระเงินด้วยตนเองของ Adasoft บนอุปกรณ์ USC-360N ซึ่งเป็นเครื่องขายหน้าร้านแบบออลอินวันขนาด 15.6 นิ้ว รวมถึงระบบติดตามห้องเย็นและการขนส่งสินค้า
ระบบดังกล่าวช่วยตรวจสอบสภาวะแวดล้อมของสินค้าในห้องเย็นและระหว่างการขนส่ง ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าและความเสียหายที่เกิดจากอุณหภูมิหรือความชื้นไม่เป็นไปตามเกณฑ์
นำ AI คุมการเข้าออกอาคารภาครัฐ
รสรินทร์ เขื่อนมั่น ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการพัฒนาโซลูชัน บริษัท แอดวานซ์เทค ประเทศไทย เปิดเผยกรณีศึกษาระบบควบคุมการเข้าออกและบันทึกเวลาปฏิบัติงาน สำหรับอาคารภาครัฐในประเทศไทย
ระบบนำ AI การเช็กอินผ่านคิวอาร์โค้ด และแดชบอร์ดมาใช้บริหารพื้นที่ ตรวจสอบบุคคล และควบคุมการเข้าออก โดยคำนึงถึงข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ
กรณีศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การนำ AI มาใช้ในอาคารไม่ได้จำกัดอยู่ที่ระบบรักษาความปลอดภัย แต่สามารถเชื่อมโยงกับการบริหารพื้นที่ การจัดสรรทรัพยากร และการติดตามข้อมูลการใช้งานอาคารได้
Edge AI เปลี่ยนกล้องทั่วไปเป็นกล้องอัจฉริยะ
Tapway นำกล้องทั่วไปมาเชื่อมกับ MIC-743 ระบบประมวลผล AI ที่ใช้ NVIDIA Jetson Thor ซึ่งมีกำลังประมวลผลสูงสุด 2,070 TFLOPS เพื่อวิเคราะห์ภาพและตรวจจับเหตุการณ์ในพื้นที่ได้ทันที
การประมวลผลภาพเกิดขึ้นบน Edge หรือบริเวณใกล้กับจุดที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์ ช่วยลดความล่าช้าและทำให้ระบบตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้เร็วขึ้น
เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำไปใช้ตรวจจับบุคคล ยานพาหนะ เหตุผิดปกติ หรือรูปแบบพฤติกรรมที่กำหนดไว้ เปลี่ยนกล้องทั่วไปจากอุปกรณ์บันทึกภาพให้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์
เซ็นเซอร์ LoRaWAN ติดตามอุณหภูมิ-ความชื้น
ระบบ Dry Cabinet Monitoring ใช้เซ็นเซอร์ LoRaWAN ตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น และสถานะการเปิด-ปิดตู้ ก่อนส่งข้อมูลผ่าน USM-S67 ซึ่งเป็นเกตเวย์ LoRaWAN และ Wi-Fi ไปยังแดชบอร์ด
ระบบช่วยให้ผู้ดูแลติดตามสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์ และสามารถนำไปต่อยอดกับการแจ้งเตือนเมื่อค่าที่ตรวจวัดออกนอกเกณฑ์ เหมาะกับพื้นที่จัดเก็บสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
นอกจากนี้ ยังมีการนำอุปกรณ์ UBX-330 ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันระบบขนส่งทางราง สะท้อนการขยายขอบเขตของ Edge Computing จากภาคธุรกิจไปสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน
Physical AI ทำงานกับอุปกรณ์โดยไม่พึ่งคลาวด์
Physical AI Application Builder ของ Nabrio เป็นแพลตฟอร์ม AIoT สำหรับสร้างและนำ AI ไปทำงานร่วมกับอุปกรณ์จริง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการประมวลผลบนคลาวด์เป็นหลัก
ระบบ Nara ทำหน้าที่ประมวลผลภาพและข้อมูลบน Edge เพื่อให้ตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ เช่น ตรวจสอบคุณภาพสินค้า เฝ้าระวังความปลอดภัย ตรวจจับความผิดปกติ และวิเคราะห์การจราจร
ส่วน Reva ใช้จัดการข้อมูล ฝึก และปรับปรุงโมเดล AI แบบไม่ต้องเขียนโค้ด ก่อนนำโมเดลกลับไปใช้งานในพื้นที่จริง ทำให้ระบบสามารถเรียนรู้และพัฒนาความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่โรงงาน คลังสินค้า และอาคารอัจฉริยะ ไปจนถึงระบบเมืองอัจฉริยะ
ทิศทางของแอดวานซ์เทคสะท้อนว่า การพัฒนาเมืองและบริการอัจฉริยะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์หรือ AI เพียงส่วนเดียว แต่ต้องเชื่อมข้อมูลตั้งแต่อุปกรณ์หน้างาน ระบบสื่อสาร การประมวลผล ไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่นำข้อมูลไปใช้จริง
ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้วางระบบ และเจ้าของโครงการ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โซลูชัน Edge AI และ IoT ขยายจากโครงการทดลองไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรและเมืองได้เร็วขึ้น







