thansettakij
thansettakij
'ไมโครซอฟท์' ปล่อยคาร์บอนพุ่ง 25% หลังเร่งลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ AI

'ไมโครซอฟท์' ปล่อยคาร์บอนพุ่ง 25% หลังเร่งลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ AI

10 ก.ค. 69 | 03:19 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 04:06 น.

'ไมโครซอฟท์' เปิดเผยว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น 25% ในปี 2025 จากการเร่งก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์รองรับ AI และการชะลอซื้อคาร์บอนเครดิตบางประเภท

KEY

POINTS

  • ไมโครซอฟท์เปิดเผยว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเพิ่มขึ้น 25% ในปี 2025 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการลงทุนขยายดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับ AI
  • สาเหตุหลักของการปล่อยคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นมาจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ และการชะลอการซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียนบางประเภท
  • การขยายธุรกิจ AI ทำให้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่จะกำจัดคาร์บอนให้ได้มากกว่าที่ปล่อยภายในปี 2030 เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก

Microsoft Corp. เปิดเผยว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเพิ่มขึ้น 25% ในปี 2025 ทำให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายล่าสุดที่เผชิญอุปสรรคในการลดการปล่อยคาร์บอน ท่ามกลางการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อขยายดาต้าเซ็นเตอร์รองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

บริษัทปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) รวม 20 ล้านตันในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 16 ล้านตันในปีก่อนหน้า ตามรายงานความยั่งยืนประจำปีที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี โดย ไมโครซอฟท์ ระบุว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ และการชะลอการซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Credits) บางประเภทที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

แบรด สมิธ ประธานบริษัทไมโครซอฟท์ และ เมลานี นากากาวะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ระบุในรายงานว่า แม้โครงสร้างพื้นฐาน AI จะผลักดันความต้องการใช้พลังงาน น้ำ ที่ดิน และวัสดุเพิ่มขึ้น แต่โซลูชันด้านความยั่งยืนยังไม่สามารถขยายตัวได้เร็วพอที่จะรองรับความต้องการดังกล่าว ความตึงเครียดนี้มีอยู่จริง แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนา

ให้คำมั่นว่ากำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ

เมื่อ 6 ปีก่อน ไมโครซอฟท์ให้คำมั่นว่า ภายในปี 2030 บริษัทจะสามารถกำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศได้มากกว่าปริมาณที่ปล่อยออกมา โดยอาศัยการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทต้องเผชิญแรงกดดันจากการขยายธุรกิจ AI โดย ไมโครซอฟท์ มุ่งเป็นหนึ่งในผู้นำยุคปัญญาประดิษฐ์ และมีส่วนผลักดันการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานสูงเพื่อรองรับโมเดล AI ส่งผลให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าตึงตัว และทำให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคต้องสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มเติม

ตัวอย่างหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์  ลงนามข้อตกลงกับ Chevron Corp. เมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างในรัฐเท็กซัสตะวันตก เพื่อนำมาใช้กับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่

ทบทวนแนวทางชดเชยการปล่อยคาร์บอน

ในเวลาเดียวกัน บริษัทได้ทบทวนแนวทางชดเชยการปล่อยคาร์บอน โดยแจ้งพันธมิตรด้านความยั่งยืนว่าจะลดการทำข้อตกลงซื้อคาร์บอนเครดิตรูปแบบใหม่ รวมถึงพิจารณาระงับเป้าหมายที่กำหนดให้การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ในแต่ละชั่วโมงต้องเทียบเท่ากับปริมาณไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

บริษัทอื่น ๆ ก็เริ่มถอยห่างจากคำมั่นด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน หลังรัฐบาลกลางสหรัฐผ่อนคลายมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และดำเนินนโยบายลดการสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืน

ไมโครซอฟท์ ระบุว่า หากไม่มีการตัดสินใจเมื่อปีที่ผ่านมาในการยุติการซื้อคาร์บอนเครดิตประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในวงการสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ได้จูงใจให้เกิดการผลิตพลังงานปลอดคาร์บอนใหม่โดยตรง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทจะอยู่ในระดับต่ำกว่านี้

ผู้บริหารไมโครซอฟท์ ต้องการความแม่นยำมากขึ้นในการกำหนดสิ่งที่ความยั่งยืนควรเป็น และพร้อมปรับกลยุทธ์เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง ข้อมูลมีความสมบูรณ์มากขึ้น และเห็นภาพของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ (trade-offs) ชัดเจนขึ้น

สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราลดระดับความทะเยอทะยานของเรา