thansettakij
thansettakij
AI ดัน Big Tech โตยกแผง ล่าสุด Apple รายได้สูงสุดประวัติการณ์

AI ดัน Big Tech โตยกแผง ล่าสุด Apple รายได้สูงสุดประวัติการณ์

03 ส.ค. 69 | 03:53 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 03:57 น.

บิ๊กเทคโตแข็งแกร่งยกแผง ล่าสุด Apple รายงานรายได้ไตรมาสเดือนมิถุนายนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.09 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% ขณะที่กำไรต่อหุ้นพุ่ง 29%

KEY

POINTS

  • Apple ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดด้วยรายได้ 109.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสเดือนมิถุนายน
  • การเติบโตของกลุ่ม Big Tech มีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนและความต้องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหลากหลายธุรกิจ เช่น คลาวด์, ดาต้าเซ็นเตอร์ และซอฟต์แวร์
  • บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น Alphabet, Microsoft, Amazon และ Meta ต่างก็รายงานผลประกอบการที่เติบโตสูงในทิศทางเดียวกัน

ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐ หรือกลุ่ม Big Tech ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีการลงทุนและความต้องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซอฟต์แวร์ โฆษณาดิจิทัล ไปจนถึงอุปกรณ์อัจฉริยะ

ล่าสุด Apple เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2569 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 27 มิถุนายน 2569 โดยมีรายได้รวม 109.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.56 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสเดือนมิถุนายน

กำไรต่อหุ้นแบบปรับลด หรือ Diluted EPS อยู่ที่ 2.02 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 50.1% โดยผลประกอบการดังกล่าวรวมผลกระทบเชิงบวกจากการคืนภาษีศุลกากรประมาณ 2% และส่งผลบวกต่อกำไรอีก 0.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ตัวเลขล่าสุดของ Apple สะท้อนว่า แม้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันด้าน AI แต่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้ในระดับสูง

iPhone-Mac-Services โตเลขสองหลัก

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ของ Apple ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาสนี้เป็นผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสเดือนมิถุนายนที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการสำคัญ ทั้ง iPhone, Mac และ Services เติบโตในระดับเลขสองหลัก

ขณะเดียวกัน รายได้ของ Apple ยังขยายตัวในทุกภูมิภาคทั่วโลก สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงบริการดิจิทัล

ด้านเคแวน พาเร็กห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือ CFO ของ Apple กล่าวว่า บริษัทสามารถสร้างสถิติใหม่ทั้งในด้านกำไรต่อหุ้นและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับไตรมาสเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ ฐานอุปกรณ์ที่มีการใช้งาน หรือ Active Installed Base ยังทำสถิติสูงสุดตลอดกาลในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และทุกภูมิภาค ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายรายได้จากบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต

คณะกรรมการบริษัท Apple ยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อ ณ วันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 10 สิงหาคม 2569

Apple เร่งเสริม AI ในระบบนิเวศ

ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI นั้น Apple ได้เปิดตัว Siri AI เวอร์ชันใหม่ในงาน WWDC26 พร้อมนวัตกรรมซอฟต์แวร์ล่าสุดและฟีเจอร์สำคัญด้านความปลอดภัยสำหรับเด็ก

การเดินหน้าพัฒนา AI ของ Apple มีเป้าหมายเสริมความสามารถของผลิตภัณฑ์และบริการภายในระบบนิเวศของบริษัท โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้รายได้ของ Apple ในไตรมาสล่าสุดยังได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขาย iPhone, Mac และธุรกิจ Services แต่การนำ AI เข้ามาเสริมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา โดยเฉพาะความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ให้กลายเป็นรายได้และกระตุ้นการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน

AI ดัน Big Tech โตยกแผง ล่าสุด Apple รายได้สูงสุดประวัติการณ์

Alphabet-Microsoft-Amazon-Meta โตพร้อมกัน

ผลประกอบการของ Apple สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งยังรายงานการเติบโตของรายได้ในระดับสูง โดยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

Alphabet รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุด 119.8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจ Search และ Google Cloud

การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่า AI ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะในธุรกิจคลาวด์เท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจโฆษณาและบริการค้นหาข้อมูล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของ Alphabet

Microsoft มีรายได้ 90.0 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.93 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% โดยมีธุรกิจ Azure และบริการ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ สะท้อนความต้องการใช้ระบบคลาวด์และบริการประมวลผลสำหรับการพัฒนา AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

Amazon รายงานรายได้รวม 200.6 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ขณะที่ธุรกิจคลาวด์ Amazon Web Services หรือ AWS มีรายได้ 42.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37%

การขยายตัวของ AWS ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้บริการคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และกำลังประมวลผลจำนวนมาก เพื่อพัฒนาและให้บริการโมเดล AI

ด้าน Meta รายงานรายได้ 60.8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.98 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน แม้บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างหนัก ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านเงินลงทุนยังอยู่ในระดับสูง

AI ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของอุตสาหกรรม

ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่ม บิ๊กเทค ในรอบนี้สะท้อนว่า AI ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะธุรกิจคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัล

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต่างเร่งลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการประมวลผลและพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI แม้การลงทุนดังกล่าวจะทำให้งบลงทุน หรือ Capital Expenditure เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่รายได้และกำไรของหลายบริษัทยังคงเติบโตในระดับสูง

สำหรับ Apple ผลประกอบการที่ทำสถิติใหม่ในไตรมาสเดือนมิถุนายน ทั้งด้านรายได้ กำไรต่อหุ้น และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ยืนยันว่าธุรกิจอุปกรณ์และบริการของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน การเปิดตัว Siri AI เวอร์ชันใหม่จะเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คือ บริษัทบีิกเทคจะสามารถเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากด้าน AI ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ รายได้ และผลตอบแทนทางธุรกิจได้รวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทั้งในตลาดคลาวด์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ