thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 537 จุด รับ Boeing-Coca-Cola หนุนตลาด จับตาผลงาน Big Tech

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 537 จุด รับ Boeing-Coca-Cola หนุนตลาด จับตาผลงาน Big Tech

29 ก.ค. 69 | 01:11 น.

หุ้นสหรัฐปิดผสม ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 537 จุด รับ Boeing-Coca-Cola หนุนตลาด จับตาผลงาน Big Tech Nasdaq ลบ 55.17 จุด นักลงทุนจับตาการประชุมเฟด

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น 537 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภค
  • การปรับตัวขึ้นของตลาดมีปัจจัยสำคัญมาจากราคาหุ้นของโบอิ้ง (Boeing) และโคคา-โคลา (Coca-Cola) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
  • นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์และ S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (28 ก.ค.) 

โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น Boeing และหุ้น Coca-Cola ซึ่งช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกลุ่มชิป 

ก่อนที่บริษัท Apple และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ จะทยอยประกาศผลประกอบการรายไตรมาสในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,747.32 จุด เพิ่มขึ้น 537.24 จุด หรือ +1.03%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,428.78 จุด เพิ่มขึ้น 15.60 จุด หรือ +0.21%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,876.91 จุด ลดลง 55.17 จุด หรือ -0.22%

ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนตลอดเดือนนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าบริษัท Alphabet, Microsoft, Amazon และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ อาจใช้จ่ายเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูลสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) มากเกินไป ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อครองความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีเกิดใหม่นี้

หุ้น Microsoft ปรับตัวขึ้น 1.1% ก่อนเปิดเผยผลประกอบการในวันพุธที่ 29 ก.ค. 69 

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 537 จุด รับ Boeing-Coca-Cola หนุนตลาด จับตาผลงาน Big Tech

 

หุ้น Amazon ลดลง 0.2% ก่อนรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. 69 

หุ้น Apple ปรับตัวขึ้นเกือบ 1%

หุ้น Apple ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% ปิดที่ 340.08 ดอลลาร์สหรัฐ และระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 342.89 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกชั่วคราว โดย Apple มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในวันพฤหัสบดี

ด้านหุ้นผู้ผลิตชิป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายด้าน AI อย่างมาก ยังคงเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี PHLX Semiconductor ลดลง 4.5% ส่งผลให้ดัชนีดังกล่าวร่วงลงราว 25% แล้วจากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 แต่ยังคงปรับตัวขึ้น 56% นับตั้งแต่ต้นปี 2569

ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ใน S&P500 พุ่งขึ้น 2.4% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นเพิ่มขึ้น 2% และดัชนีหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้น 1.7% ส่วนแรงขายในหุ้นกลุ่มชิปกดดันให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 1.4%

นักวิเคราะห์รายหนึ่งเปิดเผยว่า นักลงทุนหันไปเข้าซื้อหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะมองว่าหุ้นเหล่านี้ยังมีมูลค่าที่น่าลงทุน อีกทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง การจ้างงานยังอยู่ในระดับที่ดี และหลายภาคส่วนเริ่มเห็นสัญญาณว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 537 จุด รับ Boeing-Coca-Cola หนุนตลาด จับตาผลงาน Big Tech

 

หุ้น Coca-Cola พุ่งขึ้น 5% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไรทั้งปี

หุ้น Boeing ปรับเพิ่มขึ้น 4.8% หลังผู้ผลิตเครื่องบินสามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก ขณะที่แผนฟื้นฟูกิจการเริ่มเห็นผลชัดเจน

จับตาประชุมเฟด

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) มีกำหนดประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธนี้ โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 71% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย และ 29% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทด้าน AI ซึ่งเริ่มพึ่งพาการระดมทุนผ่านการกู้ยืมมากขึ้น

ราคาน้ำมันช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกในตลาดในวงกว้าง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลง 4.8% ปิดที่ 84.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความคาดหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางและยูเครนจะผ่อนคลายลง หลังทำเนียบขาวเป็นเจ้าภาพต้อนรับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน

ข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S รายงานว่า นักวิเคราะห์โดยเฉลี่ยคาดว่ากำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P500 ในไตรมาส 2 จะเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตดังกล่าว