
ดีอี จับมือหัวเว่ย ปั้นไทย AI Hub อาเซียน พัฒนาบุคลากร AI แสนคน
ดีอีวาง 3 เสาหลักขับเคลื่อน AI ไทย ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ธรรมาภิบาล และการพัฒนาคน ด้านหัวเว่ยเปิดโครงการเชื่อมรัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย พร้อมตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร AI จำนวน 100,000 คน หนุนไทยก้าวสู่ศูนย์กลาง AI ของอาเซียน
KEY
POINTS
- กระทรวงดีอีร่วมมือกับหัวเว่ย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Hub) ของภูมิภาคอาเซียน
- ตั้งเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI จำนวน 100,000 คน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม
- การขับเคลื่อนจะเน้น 3 เสาหลัก ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, การสร้างธรรมาภิบาล AI และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ประกาศเดินหน้าความร่วมมือกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รองรับเป้าหมายยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียน
ความร่วมมือดังกล่าวถูกนำเสนอภายในงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และพันธมิตรในอุตสาหกรรมเข้าร่วม
วาง 3 เสาหลักขับเคลื่อน AI ไทย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การพัฒนา AI ของประเทศไทยจะต้องดำเนินการภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความน่าเชื่อถือ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้ การสร้างอนาคตด้าน AI ไม่สามารถดำเนินการโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็น “AI Governance Sandbox”
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็น “AI Governance Sandbox” ซึ่งจะเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจ นักวิจัย และหน่วยงานกำกับดูแล ร่วมกันทดลองและพัฒนาแนวทางกำกับ AI โดยนำหลักการและมาตรฐานในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างสมดุลระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรมกับการบริหารความเสี่ยง ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและภาคธุรกิจ
คาดเศรษฐกิจดิจิทัลแตะ 5.6 ล้านล้านบาท
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยกระทรวงดีอีคาดว่า มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลในความหมายกว้าง หรือ Broad Digital GDP ของประเทศไทย จะขยายตัวประมาณ 4.2% และมีมูลค่ามากกว่า 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2569
ขยายตัวของเศรษฐกิจ AI ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน จากดัชนี Government AI Readiness Index 2025 ของ Oxford Insights ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในด้านนโยบาย โครงสร้างภาครัฐ และการผลักดันการนำ AI มาใช้ในการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจ AI จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคงปลอดภัย ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งาน ไม่ใช่การเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้โดยขาดระบบกำกับดูแล
กระทรวงดีอีจึงกำหนดแนวทางขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI ไว้ 3 ด้าน ประกอบด้วย การยกระดับธรรมาภิบาล AI ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มั่นคงปลอดภัยและเข้าถึงได้ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยี
เปิดแพลตฟอร์มเชื่อมรัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย
ภายในงานมีการเปิดตัวโครงการ “Thailand AI Ecosystem Initiative: Co-Building a Leading AI Hub in ASEAN” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย สตาร์ทอัพ นักพัฒนา AI และผู้ให้บริการเทคโนโลยี
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเร่งการพัฒนานวัตกรรมและกรณีใช้งาน AI ในภาคเศรษฐกิจจริง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยี
นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การประยุกต์ใช้ AI กำลังเปลี่ยนจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยองค์กรจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังประมวลผล ข้อมูลคุณภาพสูง ระบบธรรมาภิบาล และบุคลากรที่มีทักษะ
หัวเว่ยเสนอกรอบการขับเคลื่อน AI ในประเทศไทยผ่าน 5 แนวทาง ได้แก่ การค้นหากรณีใช้งานที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโมเดล AI ที่น่าเชื่อถือ การสร้างฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ การกำกับดูแล AI ตลอดวงจรการใช้งาน และการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI
ทิศทางสำคัญคือการพัฒนาโซลูชัน AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม โครงสร้างอุตสาหกรรม และความต้องการของธุรกิจไทย เพื่อให้การนำ AI มาใช้สามารถตอบโจทย์ในระดับประเทศได้มากกว่าการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้งานโดยตรง
ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร AI 100,000 คน
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือคือการพัฒนาบุคลากรด้าน AI จำนวน 100,000 คน เพื่อรองรับความต้องการแรงงานดิจิทัลและผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็น AI Talent Hub ของภูมิภาคอาเซียน
การดำเนินงานจะอยู่ภายใต้ Huawei ASEAN Academy รวมถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ลูกค้า และพันธมิตรในระบบนิเวศ ครอบคลุมการศึกษา AI การฝึกอบรมทางเทคนิค การรับรองวิชาชีพ และหลักสูตรสำหรับผู้บริหาร
การพัฒนาบุคลากรถูกมองว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความสำเร็จของยุทธศาสตร์ AI เนื่องจากการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลและกำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากประเทศไทยยังขาดนักพัฒนา วิศวกรข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัย และบุคลากรที่สามารถประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจ
ตั้งพันธมิตรรับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์
หัวเว่ยยังประกาศจัดตั้ง Huawei Thailand Data Center Ecosystem Alliance เพื่อยกระดับความร่วมมือกับผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรม รองรับความต้องการด้านศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน AI และกำลังประมวลผลอัจฉริยะที่เพิ่มขึ้น
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Huawei Thailand Suppliers Convention 2026 ซึ่งมีผู้แทนจากบริษัทคู่ค้ากว่า 500 คน จากมากกว่า 130 บริษัทเข้าร่วม ภายใต้แนวคิด “One Ecosystem, Collaborating for Success”
ภายในงานยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ AI ในหลายอุตสาหกรรม รวมถึง Atlas 950 SuperPoD สำหรับรองรับการประมวลผล AI และเทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบโอเพนซอร์ส
ความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอีกับหัวเว่ยจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน กฎเกณฑ์กำกับดูแล การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการสร้างกรณีใช้งานในภาคเศรษฐกิจจริง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือ ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนกรอบความร่วมมือดังกล่าวให้กลายเป็นการลงทุน โครงการพัฒนาบุคลากร และการประยุกต์ใช้ AI ที่สร้างผลิตภาพให้กับภาคธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางการแข่งขันของประเทศในอาเซียนที่ต่างเร่งดึงดูดเงินลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และอุตสาหกรรม AI







