thansettakij
thansettakij
ซัมซุง ดึงพลัง AI เชื่อมทุกอุปกรณ์ ปูทางชีวิตอัจฉริยะผ่าน Galaxy-SmartThings

ซัมซุง ดึงพลัง AI เชื่อมทุกอุปกรณ์ ปูทางชีวิตอัจฉริยะผ่าน Galaxy-SmartThings

ซัมซุง มอง AI กำลังเปลี่ยนจากเทคโนโลยีทดลองสู่เครื่องมือในชีวิตประจำวัน เดินหน้าเชื่อมมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี และอุปกรณ์สุขภาพผ่าน SmartThings พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วย Knox Matrix เตรียมเผยทิศทางใหม่ในงาน Galaxy Unpacked วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงลอนดอน

KEY

POINTS

  • ซัมซุง มุ่งใช้ AI เป็นเทคโนโลยีหลักในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกประเภทเข้าด้วยกัน ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะ
  • แพลตฟอร์ม SmartThings คือหัวใจสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงอุปกรณ์และบริการต่างๆ ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและตอบสนองต่อผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด
  • สมาร์ทโฟน Galaxy จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชีวิตอัจฉริยะ ด้วย Agentic AI ที่สามารถวิเคราะห์บริบทและเสนอแนะสิ่งที่ผู้ใช้ควรทำต่อไปได้โดยอัตโนมัติ

ซียู คิม (CU Kim) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เปิดเผยว่า ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียกำลังเปิดรับเทคโนโลยีที่ช่วยลดความซับซ้อนในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว ทั้งดิจิทัลคอมเมิร์ซ การชำระเงินผ่านมือถือ Super Apps และบริการดิจิทัลที่เชื่อมต่อกัน

พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน การสื่อสาร การตัดสินใจ และการจัดการกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ซัมซุง ดึงพลัง AI เชื่อมทุกอุปกรณ์ ปูทางชีวิตอัจฉริยะผ่าน Galaxy-SmartThings ซัมซุงประเมินว่า คุณค่าของ AI ในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดจากศักยภาพของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของผู้ใช้แต่ละคน เข้าใจบริบท และลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการใช้งาน

บริษัทเตรียมเปิดเผยทิศทางและเทคโนโลยี AI รุ่นต่อไปภายในงาน Galaxy Unpacked วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงลอนดอน โดยจะมุ่งเน้นการนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งานบนอุปกรณ์และระบบนิเวศของซัมซุง

ดัน AI เชื่อมมือถือ-เครื่องใช้ไฟฟ้า

ซัมซุง ดึงพลัง AI เชื่อมทุกอุปกรณ์ ปูทางชีวิตอัจฉริยะผ่าน Galaxy-SmartThings

ที่ผ่านมา อุปกรณ์ดิจิทัลแต่ละประเภทมักได้รับการพัฒนาให้ทำงานแยกจากกัน เช่น สมาร์ทโฟนสำหรับการสื่อสารและการทำงาน อุปกรณ์สวมใส่สำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพ ทีวีสำหรับความบันเทิง และเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับจัดการงานภายในบ้าน

อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาเชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านี้เข้าด้วยกัน จะช่วยให้อุปกรณ์สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล เข้าใจบริบท และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้แม่นยำขึ้น

SmartThings จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยทำหน้าที่เชื่อมอุปกรณ์ บริการ และพันธมิตรต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนฟีเจอร์เฉพาะของอุปกรณ์แต่ละประเภทให้กลายเป็นประสบการณ์ใช้งานที่ต่อเนื่องกัน

ตัวอย่างเช่น ระบบ AI Vision ภายในตู้เย็น Bespoke AI Family Hub สามารถตรวจสอบวัตถุดิบและอาหารที่จัดเก็บอยู่ภายใน พร้อมแจ้งเตือนเมื่อสิ่งของที่ใช้เป็นประจำใกล้หมด ช่วยลดภาระในการตรวจสอบและวางแผนซื้อสินค้าเข้าบ้าน

 

 

ด้านสุขภาพ SmartThings สามารถทำงานร่วมกับ Samsung Health และอุปกรณ์ในตระกูล Galaxy เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการนอน ขณะที่ฟีเจอร์ Running Coach บน Galaxy Watch สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพการวิ่ง และปรับแผนการฝึกให้สอดคล้องกับเป้าหมายของผู้ใช้งานแต่ละคน

ส่วน Samsung Vision AI บนโทรทัศน์ จะนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความชอบของผู้ชมมาช่วยแนะนำคอนเทนต์ ปรับการแสดงผล และออกแบบอินเทอร์เฟซให้เหมาะกับผู้ใช้งานมากขึ้น

ซัมซุงมองว่า ประโยชน์ของ AI จะไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งเพียงลำพัง แต่จะเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบนิเวศที่สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อบริบทของผู้ใช้แต่ละราย

วางมือถือเป็นศูนย์กลาง Agentic AI

แม้ AI จะขยายบทบาทไปสู่อุปกรณ์ภายในบ้าน ทีวี และอุปกรณ์สวมใส่มากขึ้น แต่สมาร์ทโฟนยังคงเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างผู้ใช้กับบริการ คอนเทนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

ซัมซุงจึงให้ความสำคัญกับ Agentic AI หรือ AI ที่สามารถวิเคราะห์บริบท แนะนำขั้นตอนถัดไป และดำเนินการบางอย่างแทนผู้ใช้ได้ โดยสมาร์ทโฟนจะเปลี่ยนจากเครื่องมือสำหรับค้นหาข้อมูล ส่งข้อความ หรือท่องเว็บไซต์ ไปสู่การเป็นอินเทอร์เฟซกลางในการบริหารจัดการกิจกรรมประจำวัน

Galaxy AI ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยมีเป้าหมายให้ AI สามารถเสนอสิ่งที่ผู้ใช้ควรดำเนินการต่อได้โดยอัตโนมัติ แทนการรอรับคำสั่งในทุกขั้นตอน

บริษัทมองว่า AI บนมือถือจะสร้างประโยชน์ได้มากที่สุด เมื่อถูกผสานเข้าไปในระบบปฏิบัติการและประสบการณ์ใช้งานบนอุปกรณ์โดยตรง ไม่ใช่ทำงานในลักษณะฟีเจอร์ที่แยกออกจากกัน

ความปลอดภัยโจทย์ใหญ่สร้างความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม การขยายบทบาทของ AI เข้าสู่ชีวิตประจำวันยังต้องเผชิญกับโจทย์ด้านความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการจัดเก็บและนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้งาน

ซัมซุงระบุว่า Galaxy AI ได้รับการออกแบบให้สามารถจัดเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนไว้ภายในอุปกรณ์ พร้อมเปิดให้ผู้ใช้มองเห็นและเลือกจัดการได้ว่า ต้องการอนุญาตให้ AI นำข้อมูลส่วนใดไปใช้และในรูปแบบใด

ขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายระบบ Knox Matrix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยข้ามอุปกรณ์ ให้ครอบคลุมทั้งสมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และโทรทัศน์ เพื่อสร้างระบบป้องกันข้อมูลในระดับระบบนิเวศ

ซัมซุงประเมินว่า เมื่อ AI ถูกนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น รูปแบบของอุปกรณ์จะมีบทบาทสำคัญต่อวิธีเข้าถึงและจัดการข้อมูล โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจอพับที่สามารถรองรับการทำงานหลายภารกิจ การแสดงคอนเทนต์หลายรูปแบบ และการนำเสนอข้อมูลตามสถานการณ์ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนา Galaxy AI อุปกรณ์จอพับ และระบบนิเวศอัจฉริยะภายในงาน Galaxy Unpacked โดยตั้งเป้าพัฒนา AI จากเครื่องมือที่ผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีใช้งาน ไปสู่เทคโนโลยีที่สามารถทำงานร่วมกับผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและลดความซับซ้อนในชีวิตประจำวัน