thansettakij
thansettakij
ไมโครซอฟท์ เดิมพันใหญ่ ตั้งบริษัทใหม่ อัดงบ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ชิง AI องค์กร

ไมโครซอฟท์ เดิมพันใหญ่ ตั้งบริษัทใหม่ อัดงบ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ชิง AI องค์กร

03 ก.ค. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 69 | 05:50 น.

ไมโครซอฟท์ ตั้งบริษัทใหม่ Microsoft Frontier Company พร้อมทุ่มงบ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ช่วยองค์กรเลือกและวางระบบ AI แบบไม่ยึดติดผู้ให้บริการรายเดียว รับเทรนด์ตลาด AI ระดับองค์กรที่เปลี่ยนสู่การใช้หลายโมเดล

KEY

POINTS

  • ไมโครซอฟท์ทุ่มงบ 2.5 พันล้านดอลลาร์ จัดตั้งบริษัทใหม่ "Microsoft Frontier Company" เพื่อรุกตลาด AI สำหรับลูกค้าองค์กร
  • บริษัทใหม่จะให้บริการออกแบบและวางระบบโซลูชัน AI แบบครบวงจร เพื่อตอบสนองเทรนด์ที่องค์กรหันมาใช้ AI หลายโมเดลร่วมกัน
  • เป้าหมายคือการขยายบทบาทจากผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสู่การเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้บริการ AI โดยตรง เพื่อแข่งขันในตลาดบริการสำหรับองค์กร

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เดินเกมรุกตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับองค์กรครั้งใหญ่ ประกาศจัดตั้ง Microsoft Frontier Company พร้อมอัดฉีดเงินลงทุนเริ่มต้น 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.12 หมื่นล้านบาท) เพื่อให้บริการออกแบบและติดตั้งโซลูชัน AI แบบครบวงจร รองรับความต้องการขององค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้โมเดล AI เพียงรายเดียว ไปสู่การเลือกใช้หลายโมเดลร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของไมโครซอฟท์ที่ต้องการขยายบทบาทจากผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI สู่ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ AI สำหรับองค์กรโดยตรง หลังการแข่งขันในตลาดโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เข้าสู่ช่วงที่ผู้ใช้องค์กรให้ความสำคัญกับ "การนำ AI ไปใช้งานจริง" มากกว่าการเลือกโมเดลเพียงตัวเดียว

รับเทรนด์องค์กรใช้ AI หลายโมเดล

ไมโครซอฟท์ระบุว่า Microsoft Frontier Company จะทำหน้าที่ช่วยลูกค้าเลือกเทคโนโลยี AI ที่เหมาะกับแต่ละงาน ไม่ว่าจะเป็นโมเดลของไมโครซอฟท์ ผู้ให้บริการรายอื่น หรือโมเดลโอเพนซอร์ส ก่อนเชื่อมต่อเข้ากับข้อมูลภายในองค์กรเพื่อสร้างระบบ AI ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ

ลูกค้ากลุ่มแรกของบริษัท ได้แก่ Unilever และ Novo Nordisk โดยจุดขายสำคัญคือ ลูกค้าจะเป็นเจ้าของโมเดลที่ผ่านการปรับแต่ง ข้อมูล และองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นทั้งหมด ไม่ต้องส่งคืนให้ไมโครซอฟท์

เบื้องหลังการตั้งบริษัทใหม่ มาจากแนวโน้มที่องค์กรขนาดใหญ่เริ่มลดการพึ่งพา AI จากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว เช่น OpenAI หรือ Anthropic และหันมาเลือกใช้หลายโมเดลควบคู่กันตามความเหมาะสมของแต่ละงาน แม้จะเพิ่มต้นทุนด้านการพัฒนาและการเชื่อมต่อระบบ แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการผูกติดกับเทคโนโลยีของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

เปิดศึกตลาดบริการ AI องค์กร

การเปิดตัว Microsoft Frontier Company ยังถือเป็นการส่งสัญญาณแข่งขันโดยตรงกับ Palantir Technologies และ Amazon Web Services (AWS) ที่ต่างเร่งขยายธุรกิจที่ปรึกษาและวางระบบ AI สำหรับลูกค้าองค์กรเช่นกัน

ไมโครซอฟท์ เดิมพันใหญ่ ตั้งบริษัทใหม่ อัดงบ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ชิง AI องค์กร

นักวิเคราะห์มองว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนจากการแข่งสร้างโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไปสู่การแข่งขันด้านบริการที่สามารถเชื่อม AI เข้ากับข้อมูลขององค์กร และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ยอมรับบทเรียนผูก Copilot กับ OpenAI

จัดสัน อัลทอฟฟ์ (Judson Althoff) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่าย Microsoft Commercial Business เปิดเผยกับ Reuters ว่า การก่อตั้งบริษัทใหม่ส่วนหนึ่งเกิดจากบทเรียนในการพัฒนา Copilot ซึ่งในช่วงแรกเลือกใช้โมเดลของ OpenAI เพียงรายเดียว

แต่เมื่อโมเดลใหม่อย่าง DeepSeek จากจีน และ Gemini ของ Google พัฒนาศักยภาพขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าองค์กรต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกใช้โมเดล AI มากกว่าเดิม

"เมื่อสามปีก่อน ตอนเราสร้าง Copilot เราผิดพลาดที่ผูกระบบไว้กับ OpenAI เพียงรายเดียว ลูกค้าต้องการความสามารถในการสลับใช้โมเดล AI ที่ดีที่สุดได้ตลอดเวลา" อัลทอฟฟ์กล่าว

เขาระบุว่า ปัจจุบันสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญมากที่สุดไม่ใช่ตัวโมเดล AI แต่คือการผสานข้อมูลขององค์กรเข้ากับ AI และสามารถเปลี่ยนไปใช้โมเดลใหม่ได้ทันทีเมื่อมีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกว่า

เดิมพันรายได้ระลอกใหม่ของไมโครซอฟท์

การจัดตั้ง Microsoft Frontier Company สะท้อนว่าไมโครซอฟท์กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ให้บริการ AI แบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน คลาวด์ โมเดล AI ไปจนถึงบริการที่ปรึกษาและการติดตั้งระบบ เพื่อชิงเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ขององค์กรทั่วโลก ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า

ที่มา Reuters