
เอกชนชง 8 ข้อปรับ TH-AI Passport หวังสร้าง AI Ecosystem ไม่ใช่แค่แจกใช้ฟรี
สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย เสนอ 8 ข้อเสนอแนะต่อโครงการ TH-AI Passport ชูแนวทางลดต้นทุน Token เปิด API ให้นักพัฒนา สนับสนุน ThaiLLM และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI หวังสร้างระบบนิเวศ AI ไทยที่แข่งขันได้ในระยะยาว
KEY
POINTS
- เสนอให้ปรับเปลี่ยนจากการแจกสิทธิ์ AI ฟรี เป็นการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีกลยุทธ์ เช่น การจัดสรร Token ตามความจำเป็น และส่งเสริมโมเดล AI ของไทย (ThaiLLM) เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ
- ผลักดันให้ภาครัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น AI Server และพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็น "AI Launchpad" เพื่อเป็นเวทีสำหรับนวัตกรรมและสตาร์ทอัพไทย
- เรียกร้องให้มีระบบรายงานการใช้ทรัพยากรอย่างโปร่งใส และวางกรอบการกำกับดูแล (AI Governance) ที่ได้มาตรฐานสากลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งาน
สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เสนอแนวทางพัฒนาโครงการ TH-AI Passport เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดทั้งด้านงบประมาณและการยกระดับระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โดยเห็นว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวควรเป็นมากกว่าเครื่องมือแจกสิทธิ์ใช้งาน AI แต่ต้องทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรม AI ไทยทั้งระบบ
จัดสรร Token ตามระดับการใช้งาน ลดต้นทุนรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพระบบ
ข้อเสนอสำคัญประการแรก คือ การวางกลยุทธ์บริหารแพลตฟอร์มเพื่อลดต้นทุน Token ผ่านการแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานและจัดสรรสิทธิ์การใช้โมเดล LLM ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน โดยควรเรียงลำดับการใช้งานตั้งแต่โมเดลฟรีหรือมีต้นทุนต่ำสำหรับงานพื้นฐาน ไปจนถึงโมเดลต้นทุนสูงสำหรับงานซับซ้อน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ตรงกับความจำเป็นจริงและลดการใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
เปิด API หนุนสตาร์ทอัพ สร้างนวัตกรรม AI ต้นทุนต่ำ
ดัน ThaiLLM สู่แพลตฟอร์มกลาง ลดพึ่งต่างชาติ
อีกประเด็นสำคัญ คือ การสนับสนุนโมเดล LLM ที่พัฒนาโดยคนไทย ผ่านการเพิ่ม ThaiLLM และเครือข่ายโมเดล AI ของไทยเข้าไปเป็นทางเลือกในแพลตฟอร์ม พร้อมมีกลไกส่งต่อข้อมูลและผลการใช้งานกลับสู่นักวิจัยและผู้พัฒนา ภายใต้กรอบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถของโมเดลไทยและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
เร่งลงทุน AI Server เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน
สมาคมยังเสนอให้ภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวน AI Server ภายในประเทศ เพื่อให้นักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรประมวลผลได้ในต้นทุนต่ำหรือไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาบริการ AI ที่แข่งขันกับต่างประเทศได้
ปั้น TH-AI Passport เป็น AI Launchpad เชื่อมตลาดนวัตกรรมไทย
นอกจากนี้ TH-AI Passport ควรถูกวางบทบาทให้เป็น “AI Launchpad” หรือจุดเปิดตัวนวัตกรรม AI ของประเทศ ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานกับผลิตภัณฑ์และบริการ AI ของไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พัฒนาสามารถนำผลงานเข้าสู่ตลาดและขยายการใช้งานจริงในวงกว้าง
เปิดข้อมูลการใช้ Token โปร่งใส วัดผลตอบแทนงบประมาณได้จริง
ด้านการบริหารจัดการงบประมาณ AIEAT เห็นว่าควรมีระบบรายงานการใช้ Token อย่างโปร่งใส เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม นำไปสู่การวางแผนจัดสรรทรัพยากร การคัดเลือกโมเดล และการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ใช้งบรัฐซื้อเครดิต AI ไทย กระจายโอกาสสู่ SME
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐใช้งบประมาณบางส่วนจัดซื้อ Credit หรือสิทธิ์ใช้งานจาก AI Startup ไทย เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนและ SME ทดลองใช้งานฟรี ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพให้ภาคธุรกิจไทย ควบคู่กับการสร้างรายได้และฐานผู้ใช้งานจริงให้กับสตาร์ทอัพไทย อันจะช่วยผลักดันระบบนิเวศ AI ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ยกระดับ AI Governance สู่มาตรฐานสากล
อีกข้อเสนอสำคัญ คือ การวางระบบกำกับดูแลและตรวจสอบด้าน AI Governance ให้เหมาะสมกับโครงการ เนื่องจาก TH-AI Passport จะเป็นแพลตฟอร์มกลางที่มีข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากไหลผ่านระบบ จึงควรมีกลไกกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายไทย เช่น PDPA โดยครอบคลุมทั้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความโปร่งใสของการจัดสรรสิทธิ์และงบประมาณ ความน่าเชื่อถือของโมเดล AI รวมถึงการป้องกันการใช้งาน AI ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนในการใช้งาน AI ของประเทศ







