thansettakij
thansettakij
เสียวหมี่ กำไรทรุด 57% พิษต้นทุนชิปพุ่ง-ตลาดสมาร์ทโฟนเดือด เร่งเกม AI- EV กู้รายได้

เสียวหมี่ กำไรทรุด 57% พิษต้นทุนชิปพุ่ง-ตลาดสมาร์ทโฟนเดือด เร่งเกม AI- EV กู้รายได้

27 พ.ค. 69 | 07:49 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 69 | 08:10 น.

เสียวหมี่ เผชิญแรงกดดันรอบด้านในไตรมาสแรกปีนี้ หลังกำไรสุทธิร่วงลงกว่า 57% จากต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญที่พุ่งสูง การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันเศรษฐกิจโลก ขณะที่บริษัทเร่งเดินหน้าธุรกิจ AI และรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อสร้างเครื่องยนต์รายได้ใหม่

KEY

POINTS

  • เสียวหมี่มีกำไรสุทธิลดลง 57% ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนชิปที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่ชะลอตัว
  • รายได้จากธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง 13% จากยอดจัดส่งทั่วโลกที่หดตัวลง 19% แม้จะพยายามรุกตลาดพรีเมียมเพื่อเพิ่มราคาขายเฉลี่ยก็ตาม
  • บริษัทเร่งหาแหล่งรายได้ใหม่เพื่อชดเชย โดยธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีรายได้เติบโตขึ้น พร้อมประกาศแผนลงทุนด้าน AI กว่า 6 หมื่นล้านหยวนใน 3 ปีข้างหน้า

เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดเผยงบการเงินล่าสุดว่า กำไรสุทธิในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 4.7 พันล้านหยวน (ราว 2.25 หมื่นล้านบาท) ลดลง 57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรขั้นต้นลดลง 14% เหลือ 2.18 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.05 แสนล้านบาท) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 22% จาก 22.8%

รายได้รวมของบริษัทลดลง 11% เหลือ 9.91 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.76 แสนล้านบาท) โดยธุรกิจสมาร์ทโฟนและ AIoT ซึ่งยังเป็นรายได้หลักของบริษัท มียอดขายลดลงเกือบ 15% เหลือ 7.93 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.81 แสนล้านบาท)

สมาร์ทโฟนโลกชะลอตัว

แรงกดดันสำคัญมาจากตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่ชะลอตัวลง โดยยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ทั่วโลกลดลง 19% เหลือ 33.8 ล้านเครื่อง ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจสมาร์ทโฟนลดลง 13% เหลือ 4.43 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.13 แสนล้านบาท) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวลดลงเหลือ 10.1% จาก 12.4%

 

แม้ยอดขายลดลง แต่ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่กลับเพิ่มขึ้น 8.2% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,310 หยวน (ราว 6,300 บาท) ต่อเครื่อง สะท้อนกลยุทธ์รุกตลาดพรีเมียม โดยสมาร์ทโฟนระดับสูงมีสัดส่วนเกือบ 24% ของยอดจัดส่งในจีน

เสียวหมี่ กำไรทรุด 57% พิษต้นทุนชิปพุ่ง-ตลาดสมาร์ทโฟนเดือด เร่งเกม AI- EV กู้รายได้ ชิปความจำเข้าสู่ซูเปอร์ไซเคิล

วิลเลียม ลู (William Lu ) ประธานเสียวหมี่ ระบุระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ว่า วัฏจักรราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันอาจเป็น “ซูเปอร์ไซเคิล” ที่จะไม่สิ้นสุดในระยะสั้น บริษัทจึงเตรียมปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ ลดสัดส่วนรุ่นระดับล่าง และเน้นการบริหารกำไรควบคู่กับปริมาณขาย

เสียวหมี่ กำไรทรุด 57% พิษต้นทุนชิปพุ่ง-ตลาดสมาร์ทโฟนเดือด เร่งเกม AI- EV กู้รายได้

ข้อมูลจาก International Data Corporation หรือ IDC ระบุว่า ตลาดสมาร์ทโฟนโลกในไตรมาสแรกหดตัว 4.1% ถือเป็นการสิ้นสุดช่วงฟื้นตัวต่อเนื่อง 10 ไตรมาสนับจากกลางปี 2566 โดยเสียวหมี่ยังครองอันดับ 3 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 11% แต่หลุดจากกลุ่ม 5 อันดับแรกในตลาดจีน

เร่งเครื่องยนต์รายได้ใหม่ ยอดส่งมอบ EV โตสวนกระแส

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าเร่งธุรกิจใหม่เพื่อชดเชยรายได้จากสมาร์ทโฟน โดยรายได้จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และธุรกิจใหม่อื่นๆ เพิ่มขึ้น 6.9% แตะ 1.99 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.55 หมื่นล้านบาท)

ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของเสียวหมี่สร้างรายได้ 1.9 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.12 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.1% จากปีก่อน หลังยอดส่งมอบรถเพิ่มขึ้น 6.6% เป็น 80,856 คัน จากแรงหนุนของรถซีรีส์ Xiaomi YU7 Series แม้ว่ายอดขายซีรีส์ Xiaomi SU7 Series จะชะลอตัวลงหลังยุติการจำหน่ายรุ่นแรก

อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยรถยนต์ไฟฟ้าลดลง 1.3% เหลือ 235,116 หยวน (ราว 1.13 ล้านบาท) ต่อคัน จากมาตรการอุดหนุนภาษีและสัดส่วนรถรุ่นราคาประหยัดที่เพิ่มขึ้น

ด้านธุรกิจ IoT และสินค้าไลฟ์สไตล์ มีรายได้ 2.47 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.19 แสนล้านบาท) พร้อมอัตรากำไรขั้นต้น 25.2% โดยรายได้จากต่างประเทศทำสถิติสูงสุดใหม่

ทุ่มงบ R&D  6 หมื่นล้านหยวน ลุยระบบปฏิบัติการ AI ยุคใหม่

เสียวหมี่ยังเดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างหนัก โดยในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัวโมเดล AI พื้นฐานหลายประเภท ทั้งโมเดลด้านภาพ ภาษา และการกระทำ รวมถึงโมเดลการรับรู้ XLA ที่ช่วยยกระดับระบบช่วยขับจากการเลียนแบบไปสู่การทำความเข้าใจและใช้เหตุผล

บริษัทยังผสาน AI Agent บนอุปกรณ์ “Miclaw” เข้ากับผู้ช่วยอัจฉริยะ “Super Xiao Ai” เพื่อยกระดับประสบการณ์สมาร์ทโฮม พร้อมประกาศแผนลงทุนด้าน AI มากกว่า 6 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.88 แสนล้านบาท) ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ของเสียวหมี่ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 33% แตะ 9 พันล้านหยวน (ราว 4.32 หมื่นล้านบาท) สะท้อนการเร่งลงทุนในเทคโนโลยี AI และระบบปฏิบัติการยุคใหม่

วิลเลียม ลู ระบุว่า ปี 2569 จะเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของสมาร์ทโฟน AI โดยอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่แอปพลิเคชันเป็นศูนย์กลาง ไปสู่ระบบปฏิบัติการที่มี AI Agent เป็นแกนหลักของประสบการณ์ใช้งาน

หุ้นฮ่องกงร่วง 2.5% ประกาศอัดฉีดซื้อหุ้นคืนพยุงราคา

หลังประกาศผลประกอบการ หุ้นของ HKG:1810 ปรับตัวลดลง 2.5% ในการซื้อขายช่วงเช้าที่ตลาดฮ่องกง

นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนประเภท Class B วงเงินสูงสุด 2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ภายใน 12 เดือนข้างหน้า หลังจากก่อนหน้านี้ซื้อหุ้นคืนไปแล้วเกือบ 400 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและพยุงราคาหุ้นในตลาดทุน

ที่มา Yicai