
เสียวหมี่ ทุบสถิติรายได้รวมทะลุแสนล้านหยวน 4 ไตรมาสติด
เสียวหมี่ เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้รวมทะลุ 1 แสนล้านหยวน หรือ ราว 517,287 ล้านบาท ยาวนาน 4 ไตรมาสติดต่อกัน
KEY
POINTS
- เสียวหมี่มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 1.131 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันที่รายได้ทะลุแสนล้านหยวน
- กำไรสุทธิที่ปรับแล้วทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 80.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาจากทุกกลุ่มธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ "Human x Car x Home" โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV) ที่รายได้เติบโต 199% และธุรกิจสมาร์ทโฟนที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง
เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน ประกาศผลการดำเนินงานไม่สอบทานสำหรับ 3 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 (ไตรมาส 3 ปี 2568) โดยผลประกอบการของกลุ่มบริษัทยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์องค์กร "Human x Car x Home" ซึ่งขับเคลื่อนทุกกลุ่มธุรกิจให้เติบโต รายรับรวมในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 1.131 แสนล้านหยวน (ราว 5.17 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า นับเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่รายรับทะลุ 1 แสนล้านหยวน
โดยมีกำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 11.3 พันล้านหยวน (5.16 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 80.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก
สำหรับช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ รายรับรวมอยู่ที่ 3.404 แสนล้านหยวน (ราว 1.55 ล้านล้านบาท) และกำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 32.8 พันล้านหยวน (ราว 1.5 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่ายอดรวมของปีที่แล้วทั้งปี
ความยืดหยุ่นในการเติบโตของเสียวหมี่สะท้อนผ่านทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV), AI และโครงการริเริ่มใหม่อื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่สาม โดยมีรายรับจากการดำเนินงานเป็นบวกเป็นครั้งแรกอยู่ที่ 0.7 พันล้านหยวน (3.2 พันล้านบาท) ขณะที่รายรับจากกลุ่มธุรกิจนี้รวมอยู่ที่ 29.0 พันล้านหยวน (1.32 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นกว่า 199% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรายไตรมาสทะลุ 100,000 คัน ทำสถิติสูงสุดถึง 108,796 คัน และในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ยอดการส่งมอบสะสมเกิน 260,000 คัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เสียวหมี่ได้ขยายเครือข่ายการขายรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะไปแล้วกว่า 402 แห่งใน 119 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่
ในส่วนของธุรกิจสมาร์ทโฟนยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีรายรับสูงถึง 46.0 พันล้านหยวน (ราว 2.10 แสนล้านบาท) การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 43.3 ล้านเครื่อง ซึ่งเติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าเป็นเวลา 9 ไตรมาสติดต่อกัน และครองอันดับหนึ่งในสามของแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำทั่วโลกเป็นไตรมาสที่ 21 ติดต่อกัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 13.6% (ตามรายงานของ Omdia) ในจีนแผ่นดินใหญ่
เสียวหมี่ครองอันดับ 2 ในด้านยอดขายสมาร์ทโฟน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 16.7% และความสามารถในการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก โดยสมาร์ทโฟนราคา 4,000-6,000 หยวน (18,280 - 27,420 บาท) ในจีนแผ่นดินใหญ่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 18.9% เพิ่มขึ้น 5.6 จุดเปอร์เซ็นต์
โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียมอย่าง Xiaomi 17 Series ที่เปิดตัวในเดือนกันยายนทำผลงานยอดเยี่ยม มียอดขายในเดือนแรกเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และในช่วงเทศกาล 11.11 รุ่น Xiaomi 17 Pro Max ยังครองแชมป์ทั้งยอดขายและยอดรายรับสมาร์ทโฟนราคาสูงกว่า 6,000 หยวน (27,420 บาท) บนทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย
กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายรับอยู่ที่ 27.6 พันล้านหยวน (ราว 1.26 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.6% จากปีก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่เพิ่มขึ้นเป็น 1,035.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 20.2% จากปีก่อนหน้า และจำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ 5 เครื่องขึ้นไปที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT แตะ 21.6 ล้านเครื่อง
นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม เสียวหมี่ได้เริ่มดำเนินการโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้านแห่งแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุดสำหรับการผลิตเครื่องปรับอากาศได้ 7 ล้านเครื่องต่อปี
ด้านกลุ่มบริการทางอินเทอร์เน็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายรับอยู่ที่ 9.4 พันล้านหยวน (4.3 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาสที่สาม เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 76.9% รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศอยู่ที่ 3.3 พันล้านหยวน (1.5 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 19.1% และจำนวนผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกแตะ 741.7 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8.2% จากปีก่อนหน้า
เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในเทคโนโลยีหลักพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 9.1 พันล้านหยวน (ราว 4.15 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 52.1% ซึ่งสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และคาดการณ์ว่าการลงทุนรวมด้าน R&D ในปี 2568 จะสูงกว่า 30.0 พันล้านหยวน (1.37 แสนล้านบาท) ความสำเร็จด้านนวัตกรรมรวมถึงการเปิดตัวโมเดลเสียงขนาดใหญ่แบบโอเพนซอร์ส Xiaomi-MiMo-Audio, โซลูชันบ้านอัจฉริยะแห่งอนาคต Xiaomi Miloco ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีโมเดลขนาดใหญ่ และระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ Xiaomi HyperOS 3 ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์พื้นฐาน ฟังก์ชันการทำงาน และความสามารถของ AI อย่างครอบคลุมให้กับสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ระบบนิเวศของบริษัท






