
ไมโครซอฟท์ ระส่ำ! ผู้บริหารพาเหรดลาออก เซ่นแผนปรับโครงสร้าง AI
ไมโครซอฟท์ เผชิญคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังหัวหน้าฝ่ายความหลากหลายประกาศลาออก สมทบกลุ่มผู้บริหารที่ตบเท้าแยกทางบริษัท เซ่นนโยบายปรับโครงสร้างรับยุค AI พร้อมมาตรการบังคับพนักงานคืนออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์ ทำจราจรซีแอตเทิลวิกฤต
KEY
POINTS
- ผู้บริหารระดับสูงด้านความหลากหลาย (Chief Diversity Officer) ของไมโครซอฟท์ประกาศลาออก ท่ามกลางการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
- นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบุคคลมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับแผนการทุ่มทรัพยากรเพื่อปฏิรูปองค์กรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Transformation)
- การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวขององค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจใหม่
การปรับโครงสร้างภายในของ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองถึงทิศทางวัฒนธรรมองค์กรในอนาคต โดยล่าสุด ลินด์เซย์-เร แมคอินไทร์ (Lindsay-Rae McIntyre) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความหลากหลาย (Chief Diversity Officer) เตรียมอำลาตำแหน่งในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่องค์กรแห่งใหม่ในเดือนหน้า
ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ ได้แต่งตั้ง เลสลี ลอว์สัน ซิมส์ (Leslie Lawson Sims) เข้ามาทำหน้าที่แทนภายใต้ชื่อตำแหน่งใหม่คือ รองประธานฝ่ายบุคลากรและวัฒนธรรม (VP of People & Culture) โดยจะมีบทบาทสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนทีมบุคลากรและหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ทางด้าน เอมี โคลแมน (Amy Coleman) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของ ไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งในด้านเทคโนโลยี วิธีการทำงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอัตราเร่งของการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันนั้นรวดเร็วเกินกว่าโมเดลการดำเนินงานเดิมจะรองรับได้
"เราไม่ได้ถูกขอให้ขยายขนาดเพื่อความมั่นคงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เราจำเป็นต้องขยายขนาดเพื่อความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และสร้างจังหวะก้าวเดินใหม่ให้ทันโลก" เอมี โคลแมน ระบุ
นอกจากประเด็นการปรับโครงสร้างคนแล้ว เอมี โคลแมน ยังเป็นหัวหอกในการผลักดันนโยบายให้พนักงานที่อาศัยอยู่ในรัศมี 80 กิโลเมตรจากสำนักงาน ต้องกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ (Return-to-Office) ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา แม้บริษัทจะอ้างเหตุผลเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบุคคล แต่ผลกระทบที่ตามมากลับทำให้การจราจรในพื้นที่ซีแอตเทิลช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเข้าขั้นวิกฤต
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสอบถามถึงรายละเอียดการนำ AI มาใช้ในส่วนงานบริหารทรัพยากรบุคคล โฆษกของ ไมโครซอฟท์ ระบุเพียงว่า บริษัทกำลังปฏิรูปฟังก์ชันด้านบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญทางธุรกิจ และช่วยให้การทำงานระหว่างทีมมีความรวดเร็วและลดความซับซ้อนมากขึ้น แต่ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้แทนที่หรือสนับสนุนงานในส่วน HR โดยตรง
ที่มา Windowscentral






