
YouTube เผยดันเศรษฐกิจครีเอเตอร์ทะลุ 3.25 ล้านล้าน ดึง AI ปั้นฟีเจอร์ใหม่
ซีอีโอ YouTube เผยยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งเป้าพลิกโฉมความบันเทิงด้วยพลัง AI พร้อมอัดฉีดระบบนิเวศครีเอเตอร์หลังจ่ายเงินไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.25 ล้านล้านบาท) ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เล็งปั้นฟีเจอร์สร้างวิดีโอจากรูปลักษณ์ตัวเอง และระบบช้อปปิ้งแบบปิดดีลได้ทันทีในแอป
KEY
POINTS
- YouTube เปิดเผยว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์และศิลปินทั่วโลกไปแล้วกว่า 3.25 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
- เตรียมนำเทคโนโลยี Generative AI มาใช้สร้างฟีเจอร์ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ เช่น การสร้าง Shorts จากรูปลักษณ์ของตัวเอง และการสร้างเกมจากคำสั่งข้อความ
- นอกจากเครื่องมือสร้างสรรค์ AI จะถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบและลดการแพร่กระจายของเนื้อหาคุณภาพต่ำ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครีเอเตอร์
นีล โมฮัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YouTube ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ประจำปี 2569 โดยระบุว่าเทคโนโลยีและก้าวต่อไปของ YouTube กำลังเข้าสู่ยุคที่ความคิดสร้างสรรค์จะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด โดยมุ่งเน้น 4 เสาหลักสำคัญที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ใช้งานและครีเอเตอร์ทั่วโลก
ยุคทองของครีเอเตอร์: จาก UGC สู่สตูดิโอระดับโลก
YouTube ยืนยันว่าปัจจุบันครีเอเตอร์ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตเนื้อหาทั่วไป (UGC) อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นบริษัทสื่อและสตูดิโอที่ทรงอิทธิพล โดยพบว่าผู้ชมหันมาชม YouTube ผ่านหน้าจอทีวีมากขึ้นจนครองอันดับ 1 ในสหรัฐฯ ติดต่อกันเกือบ 3 ปี
เพื่อตอบรับเทรนด์นี้ YouTube เตรียมอัปเกรด YouTube TV ด้วยฟีเจอร์ Multiview ที่ปรับแต่งได้เอง และเพิ่มแพ็กเกจเฉพาะทางมากกว่า 10 แผน เช่น กีฬาและข่าวสาร
ขณะที่ YouTube Shorts มียอดรับชมเฉลี่ยสูงถึง 2 แสนล้านครั้งต่อวัน เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้นำรูปภาพมาใส่ในฟีดได้เพื่อเพิ่มความหลากหลาย
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creator Economy)
ในด้านตัวเลขเศรษฐกิจ YouTube ระบุว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาได้จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์และศิลปินทั่วโลกไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.25 ล้านล้านบาท) เฉพาะในสหรัฐฯ ปี 2567 YouTube ช่วยขับเคลื่อน GDP ถึง 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.78 ล้านล้านบาท) และสนับสนุนการจ้างงานเต็มเวลามากกว่า 490,000 ตำแหน่ง
AI: เครื่องมือสร้างสรรค์และเกราะป้องกัน
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำ Generative AI มาใช้ ซึ่งในปี 2569 ครีเอเตอร์จะสามารถ:
- สร้าง Shorts จากรูปลักษณ์ตัวเอง (AI Likeness): ช่วยให้สร้างคอนเทนต์ได้โดยไม่ต้องอยู่หน้ากล้องตลอดเวลา
- Text-to-Game: สร้างเกมผ่านคำสั่งข้อความในโปรแกรม Playables
- จัดการ AI Slop: เพิ่มระบบตรวจสอบและลดการแพร่กระจายของเนื้อหา AI คุณภาพต่ำ รวมถึงการใช้ Content ID ตรวจสอบการนำรูปลักษณ์ของศิลปินไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
มาตรการใหม่เพื่อเยาวชน
YouTube เตรียมเปิดตัวระบบควบคุมโดยผู้ปกครองที่เข้มข้นที่สุด โดยเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่พ่อแม่สามารถ "ตั้งค่าเวลาดู Shorts เป็นศูนย์" หรือปิดการเข้าถึงฟีดวิดีโอสั้นได้ทั้งหมด เพื่อช่วยบริหารจัดการพฤติกรรมการใช้งานของเด็กและวัยรุ่นอย่างเหมาะสม
"ผมเชื่อเสมอว่าครีเอเตอร์ที่สำคัญที่สุดในอีก 5 ปีข้างหน้า อาจเป็นคนที่เพิ่งเริ่มเปิดช่องในวันนี้ และ YouTube จะเป็นเวทีที่พร้อมที่สุดสำหรับพวกเขา" นีล โมฮัน กล่าวทิ้งท้าย






