thansettakij
thansettakij
กรรมการสรรหา กสทช. แจ้ง “นพ.สรณ” ยุติหน้าที่ประธานทันที  ฝ่าฝืนอาจถูกปรับวันละ 2 หมื่นบาท

กรรมการสรรหา กสทช. แจ้ง “นพ.สรณ” ยุติหน้าที่ประธานทันที ฝ่าฝืนอาจถูกปรับวันละ 2 หมื่นบาท

30 ก.ย. 69 | 04:46 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 04:57 น.

หนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. ระบุคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งเป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย หลังศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง พร้อมให้ดำเนินมาตรการบังคับทางปกครองหากยังไม่ปฏิบัติตาม

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีหนังสือแจ้งให้ นพ.สรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. โดยให้มีผลทันที
  • คำสั่งดังกล่าวเป็นผลมาจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ระบุว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ ซึ่งศาลปกครองได้มีคำพิพากษายืนตามคำวินิจฉัยแล้ว
  • หาก นพ.สรณ ยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อาจถูกบังคับทางปกครองด้วยการปรับเป็นเงินวันละ 20,000 บาท

30 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือค ณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีหนังสือถึง เลขาธิการ กสทช. ให้แจ้งศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ประธานกรรมการ กสทช. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง โดยให้มีผลทันทีเมื่อได้รับหนังสือ พร้อมระบุว่า หากยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยการกำหนดค่าปรับวันละ 20,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน

หนังสือดังกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมติโดยมติเอกฉันท์ว่า ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ต่อมา ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งระบุในตอนหนึ่งว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีได้รับคำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (4) และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ตามมาตรา 20 วรรคสาม

ภายหลัง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1580/2569 ให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย

คณะกรรมการสรรหา กสทช. แจ้ง “ศ.คลินิกสรณฯ” ยุติหน้าที่ประธานทันที เตือนฝ่าฝืนอาจถูกปรับวันละ 2 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ระบุว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่า ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช. คนอื่น โดยเฉพาะการจัดวาระการประชุมที่มีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของประเทศ ขณะที่ยังมีวาระรอการพิจารณาเป็นจำนวนมาก

คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 63/22 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 แจ้งให้ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ทันที เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ คำสั่งศาลปกครองสูงสุด และคำพิพากษาศาลปกครองกลาง

ทั้งนี้ หนังสือระบุเพิ่มเติมว่า หากยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา 63/21 กำหนดมาตรการบังคับทางปกครอง โดยให้ชำระค่าปรับบังคับการเป็นเงินวันละ 20,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่มีการฝ่าฝืน พร้อมขอให้เลขาธิการ กสทช. รับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.