
ไทย ซีคอม เปิด Smart Security Premium รุกตลาดธุรกิจ-บ้าน รับโลกไม่แน่นอน
ไทย ซีคอม เปิดตัว Smart Security Premium เจาะทั้งธุรกิจและบ้าน ชูระบบยืนยันเหตุการณ์ผ่านคลาวด์ รับมือฉุกเฉินทั่วประเทศ พร้อมบริการดูแลครบวงจร
KEY
POINTS
- ไทย ซีคอม เปิดตัวบริการใหม่ "Smart Security Premium" สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจและบ้านพักอาศัย เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในปัจจุบัน
- ชูแนวคิดการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก โดยยกระดับบริการด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ การตรวจสอบผ่านวิดีโอบนคลาวด์, การตอบสนองเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ และการดูแลระบบครบวงจร
- เจาะกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ธุรกิจ SME ร้านค้า ไปจนถึงบ้านพักอาศัยยุคใหม่ เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต
นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด หรือ ไทย ซีคอม เปิดเผยว่า โลกในปัจจุบันเผชิญความไม่แน่นอนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้แนวคิดและพฤติกรรมการบริโภคด้านความปลอดภัยเปลี่ยนจากการเฝ้าระวังแบบตั้งรับ ไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุกก่อนเกิดเหตุ เพื่อสร้างความมั่นคงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) รวมถึงการคุ้มครองภาคครัวเรือน
“เราเชื่อว่าความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว แต่เริ่มต้นจากการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ ไทย ซีคอม มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคไทยสามารถดำเนินชีวิตและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมั่นใจ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน” นายเอกรัฐ กล่าว
เปิด 2 โซลูชัน Smart Security Premium
เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว ไทย ซีคอม เปิดตัวระบบรักษาความปลอดภัย SECOM Smart Security Premium สำหรับภาคธุรกิจ (B2B) และ ไทย ซีคอม Smart Security Premium Home สำหรับบ้านพักอาศัย (B2C) โดยเป็นการยกระดับจากแพ็กเกจมาตรฐานเดิม เพื่อให้บริการรักษาความปลอดภัยที่เข้าถึงง่าย ยืดหยุ่น และครอบคลุมมากขึ้น
บริการใหม่ประกอบด้วย 3 เทคโนโลยีและบริการหลัก ได้แก่ Cloud-based Video Verification, Nationwide Emergency Response และ Seamless Premium Protection ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเหตุการณ์ การรับมือเหตุฉุกเฉิน และการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร
Cloud Video ตรวจสอบเหตุการณ์ผ่านแอปแบบเรียลไทม์
Cloud-based Video Verification เชื่อมโยงสัญญาณเตือนภัยเข้ากับระบบ Cloud Video ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบภาพเหตุการณ์ผ่านแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์เมื่อเกิดสัญญาณเตือน ขณะที่ศูนย์ควบคุม SECOM (Control Center) สามารถใช้ภาพเหตุการณ์ที่ได้รับประกอบการตรวจสอบสถานการณ์และประสานงานได้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้ การเข้าถึงภาพวิดีโอจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกค้า และเป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการที่ตกลงกันไว้
ศูนย์บริการกว่า 50 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ
สำหรับ Nationwide Emergency Response ไทย ซีคอม ระบุว่า มีเครือข่ายศูนย์บริการครอบคลุมกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ หลังจากศูนย์ควบคุม SECOM Control Center ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ประเมินสถานการณ์แล้ว
บริการดังกล่าวช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือเหตุฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไปที่ผู้ใช้งานต้องดำเนินการด้วยตัวเอง โดยมีศูนย์ควบคุมและเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยประสานการรับมือเหตุการณ์
รวมระบบรักษาความปลอดภัยและบริการไว้ในแพ็กเกจเดียว
ด้าน Seamless Premium Protection เป็นบริการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร ครอบคลุมการบำรุงรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ บริการช่วยเหลือทางเทคนิค และโปรแกรมความคุ้มครอง ภายใต้ผู้ให้บริการรายเดียว เพื่อให้การดูแลระบบมีความต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งสำหรับองค์กรธุรกิจและบ้านพักอาศัย
สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ทำให้สามารถเฝ้าระวังทั้งเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและอัคคีภัยผ่านแพลตฟอร์มเดียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่
ส่วนลูกค้าบ้านพักอาศัย Smart Security Premium Home เป็นระบบรักษาความปลอดภัยแบบไร้สาย ติดตั้งง่ายและยืดหยุ่น สามารถผสานเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่กระทบต่อโครงสร้างหรือการตกแต่งภายในบ้าน
เจาะตั้งแต่ SME ร้านค้า อาคารสำนักงานถึงบ้านยุคใหม่
ไทย ซีคอม ระบุว่า โซลูชันดังกล่าวรองรับการใช้งานตั้งแต่ร้านค้าปลีก ธุรกิจ SME อาคารสำนักงาน องค์กรที่มีหลายสาขา ไปจนถึงที่พักอาศัยยุคใหม่ โดยมุ่งเพิ่มระดับความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตของครัวเรือน
การขยายบริการครอบคลุมทั้งลูกค้าธุรกิจและบ้านพักอาศัยครั้งนี้ ไทย ซีคอมมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับบริการรักษาความปลอดภัยเข้าสู่ยุคดิจิทัล และสนับสนุนการพัฒนา Smart Safety Society หรือสังคมปลอดภัยอัจฉริยะที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ระบบรักษาความปลอดภัย และการให้บริการเข้าด้วยกัน





