
ไปรษณีย์ไทย ผนึก ดีอี และ สคส. เปิดตัว "D/ID" รหัส 6 หลักแทนที่อยู่ ไตรมาสแรกปี 69
ดีอี พร้อมด้วยไปรษณีย์ไทย และ สคส. ขับเคลื่อน Digital Post ID เปลี่ยนการจ่าหน้าซองพัสดุแบบเดิมเป็นรหัส 6 หลักและ QR Code ป้องกันภัยสแกมเมอร์ เปิดเป็นทางการไตรมาสแรก 69 ไปรษณีย์ไทย
KEY
POINTS
- ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับกระทรวงดีอี และ สคส. เปิดตัว "D/ID" รหัสดิจิทัลสำหรับใช้แทนที่อยู่และข้อมูลส่วนตัวบนกล่องพัสดุ
- มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการรั่วไหล และเพิ่มความแม่นยำในการจัดส่ง
- ตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569
16 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน Digital Transformation โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภัยคุกคามจากสแกมเมอร์และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
"การพัฒนา D/ID จะเปลี่ยนจากการเขียนข้อมูลส่วนตัวบนกล่องพัสดุ ให้กลายเป็น QR Code เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว พร้อมเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดส่ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง" นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าว
ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท. ระบุว่า ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก ไปรษณีย์ไทยจึงได้พัฒนา D/ID ให้เชื่อมโยงกับจุดจัดส่งโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลติดต่อแบบเต็มรูปแบบ
นายดนันท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทย ได้ทดลองใช้งานจริงกับบุคลากรไปรษณีย์ไทยกว่า 24,000 คนแล้ว และเตรียมขยายผลสู่ประชาชนทั่วไป
สามารถต่อยอดไปสู่การระบุพิกัดช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงเปิดให้ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเข้ามาร่วมใช้มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันได้ เตรียมพร้อมรับรองมาตรฐาน Certificate Trust Mark เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในทุกการใช้งาน
“Digital Post ID ไปรษณีย์ไทย วางเป้าเปิดให้บริการประชาชนในไตรมาสแรกของ ปี 69”
ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เน้นย้ำว่า D/ID คือตัวอย่างเด่นของการนำหลัก Privacy by Design มาใช้จริงในชีวิตประจำวัน
"การเปลี่ยนจ่าหน้าพัสดุมาเป็นรหัสจัดส่งดิจิทัล จะช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหลไปสู่ผู้ไม่เกี่ยวข้อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงไม่ใช่ข้อจำกัดของการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นรากฐานที่สร้างความเชื่อมั่นให้สังคมดิจิทัลเติบโตอย่างยั่งยืน" พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าว
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการจัดการที่อยู่แบบดั้งเดิม สู่ระบบดิจิทัลที่ปลอดภัย สะดวก และแม่นยำยิ่งขึ้น โดยในวันนี้ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดและสร้างรหัส D/ID ของตนเองเพื่อเริ่มต้นใช้งานได้แล้ว เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยไร้กังวล







