thansettakij
thansettakij
นายพนธ์กร วิเศษสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมโลจิสติกส์ไทยในงานเปิดตัวแพลตฟอร์ม Thaimart บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย

โลจิสติกส์ไทยแสนล้านเดือด ผู้เล่นไทยถือส่วนแบ่งไม่ถึง 20%

07 ก.ค. 69 | 10:48 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 69 | 10:49 น.

ไปรษณีย์ไทย ระบุตลาดโลจิสติกส์ไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Express Delivery ที่เติบโตตามอีคอมเมิร์ซ มีมูลค่าสูงราว 100,000 ล้านบาทต่อปี แต่ผู้ประกอบการไทยยังได้ส่วนแบ่งไม่ถึง 20% ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา เทคโนโลยี และอำนาจต่อรองที่อยู่ในมือแพลตฟอร์มเป็นหลัก

KEY

POINTS

  • ตลาดขนส่งด่วนของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท แต่ผู้ประกอบการไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ถึง 20%
  • การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงส่งผลให้ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีอัตรากำไรต่ำมาก บางรายประสบภาวะขาดทุนหรือทำได้เพียงเสมอตัว
  • ปริมาณงานขนส่งจำนวนมากถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขหลัก ทำให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไม่สามารถควบคุมปริมาณพัสดุได้

นายพงษ์ทร วิเศษสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมโลจิสติกส์ไทยในงานเปิดตัวแพลตฟอร์ม Thaimart บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย ว่า ตลาดขนส่งด่วน หรือ Express Delivery ยังเป็นตลาดที่มีความต้องการสูง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ให้บริการจำนวนมากต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรง ทั้งด้านมาตรฐานการจัดส่ง ความรวดเร็ว เทคโนโลยี และราคาค่าขนส่ง

ตลาดบริการส่งด่วนของไทยมีมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี แต่ผู้ประกอบการไทยมีส่วนแบ่งไม่ถึง 20% ขณะที่ปริมาณงานจำนวนมากขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขหลักของการขนส่ง ทำให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลายรายไม่สามารถควบคุมปริมาณพัสดุได้เต็มที่

ตลาดใหญ่ แต่กำไรบาง

แม้ตลาดจะมีขนาดใหญ่ แต่ภาพธุรกิจไม่ได้สดใสสำหรับผู้เล่นทุกราย เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาทำให้อัตรากำไรอยู่ในระดับต่ำ บางรายยังขาดทุนหรือทำได้เพียงเสมอตัว ขณะที่รายที่มีกำไรดีที่สุดก็ยังอยู่ในระดับไม่ถึง 10% ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะหากต้องการขยายธุรกิจหรือเข้าสู่ตลาดทุน

 

ปัญหาสำคัญคือ ปริมาณงานที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงเครือข่ายของผู้เล่นจำนวนมากได้ทั้งหมด ผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนให้ชัดเจนว่าจะอยู่ในตลาดนี้อย่างไร จะเลือกแข่งขันด้วยราคา เทคโนโลยี คุณภาพบริการ หรือเลือกโฟกัสเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ตนเองมีความถนัด

 

โลจิสติกส์ไทยแสนล้านเดือด ผู้เล่นไทยถือส่วนแบ่งไม่ถึง 20%

 

Data คือหัวใจใหม่ของโลจิสติกส์

นายพงษ์ทร กล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล หรือ Data เพื่อทำความเข้าใจลูกค้า พฤติกรรมการซื้อ รูปแบบการจัดส่ง และต้นทุนในแต่ละเส้นทาง

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสามารถใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าไปต่อยอดทั้งด้านโฆษณา การบริหารออเดอร์ และการรับประกันยอดขาย ขณะที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เองก็ต้องเรียนรู้การใช้ข้อมูลให้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงขนส่งพัสดุจากต้นทางไปปลายทาง แต่ต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการบริการแบบใด ช่วงเวลาใด และต้นทุนที่แท้จริงอยู่ตรงไหน

ในอนาคต ผู้ให้บริการจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เช่น ระบบ GPS การติดตามสถานะพัสดุ ระบบกล้อง การเก็บภาพหลักฐานการจัดส่ง และระบบบริหารเส้นทาง เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

ลดต้นทุน ต้องเริ่มจากปรับกระบวนการ

อีกโจทย์ใหญ่ของธุรกิจโลจิสติกส์คือ ต้นทุน โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่หรือรัฐวิสาหกิจที่มีพนักงานจำนวนมากและโครงสร้างค่าใช้จ่ายสูง การแข่งขันในตลาดที่ราคาถูกกดลงต่อเนื่อง ทำให้การบริหารต้นทุนกลายเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก

 

โลจิสติกส์ไทยแสนล้านเดือด ผู้เล่นไทยถือส่วนแบ่งไม่ถึง 20%

 

นายพงษ์ทร ชี้ว่า ผู้ประกอบการต้องกลับมาดูกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่รับงาน คัดแยก ขนส่ง จนถึงส่งมอบปลายทาง ว่าส่วนใดสามารถทำให้ Lean ขึ้นได้ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเลือกใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าช่องทางใดสร้างกำไร ช่องทางใดมีต้นทุนสูง และลูกค้ากลุ่มใดควรให้บริการในรูปแบบใด เพราะการรับงานทุกประเภทโดยไม่คำนวณต้นทุน อาจทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่ไม่เหลือกำไรจริง

ลูกค้าเปลี่ยนเร็ว โลจิสติกส์ต้องยืดหยุ่น

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการบริการที่เร็วขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และตอบสนองได้แทบตลอดเวลา ทั้ง Instant Delivery, On-Demand Delivery หรือการจัดส่งตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ต้องปรับตัวจากระบบขนส่งแบบเดิม ไปสู่บริการที่ตอบโจทย์เฉพาะมากขึ้น

สำหรับผู้ขายออนไลน์และผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ความยืดหยุ่นก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะลูกค้าไม่ได้รอเฉพาะเวลาทำการ การบริหารคำสั่งซื้อ การแพ็กสินค้า การจัดส่ง และการตอบคำถามลูกค้า จึงต้องเชื่อมโยงกันอย่างมีระบบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ควรโฟกัสในสิ่งที่เป็น Core Business ของตนเอง แล้วเลือกใช้พันธมิตรหรือผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อช่วยลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และเพิ่มความเร็วในการให้บริการ

สร้าง Ecosystem แทนการโตลำพัง

ทางรอดของโลจิสติกส์ไทยในระยะต่อไป คือการสร้าง Ecosystem ที่ดี ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมดในทุกกิจกรรม แต่สามารถร่วมมือกับพันธมิตร เช่น คลังสินค้า ผู้ให้บริการขนส่งย่อย Subcontractor หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อให้บริการได้ครบวงจรมากขึ้น

 

โลจิสติกส์ไทยแสนล้านเดือด ผู้เล่นไทยถือส่วนแบ่งไม่ถึง 20%

 

ในส่วนของไปรษณีย์ไทย ได้ใช้แนวทางร่วมลงทุนและตั้งบริษัทลูกในธุรกิจที่ไม่ใช่ Core Business โดยตรง เพื่อขยายบริการและเพิ่มความคล่องตัว ขณะเดียวกันยังพร้อมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มไทย เช่น Thaimart เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการทุกรายให้เข้าถึงระบบขนส่งที่เหมาะสม

ตลาดโลจิสติกส์ไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค แต่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านเทคโนโลยี ข้อมูล ต้นทุน และความร่วมมือกับพันธมิตร หากต้องการอยู่รอดในตลาดที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกปี

สำหรับผู้ขายที่เข้าร่วมโครงการ Thaimart หรือผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการขนส่ง สามารถติดต่อไปรษณีย์ใกล้บ้านเพื่อสอบถามเงื่อนไขและราคาพิเศษได้ โดยไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงบริการโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับต้นทุนและรูปแบบธุรกิจของแต่ละราย