
พรีออร์เดอร์ iPhone 18 Pro แผ่ว นักวิเคราะห์หั่นเป้าผลิต
ยอดพรีออร์เดอร์ iPhone 18 Pro ช่วงแรกไม่ร้อนแรง หลังอัปเกรดสเปกจำกัดแต่ราคาสูงขึ้น นักวิเคราะห์หั่นเป้าผลิตรุ่น Pro และ iPhone Duo
KEY
POINTS
- ยอดสั่งซื้อล่วงหน้า iPhone 18 Pro และ Pro Max ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยหลายรุ่นยังสามารถรับเครื่องได้ทันที สะท้อนถึงความต้องการที่ไม่ร้อนแรง
- สาเหตุหลักมาจากสเปกที่อัปเกรดเพียงเล็กน้อย สวนทางกับราคาจำหน่ายที่สูงขึ้น และการมาของ iPhone Duo ที่อาจดึงดูดลูกค้าบางส่วนไป
- นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการผลิต iPhone 18 Pro และ Pro Max ลงเหลือ 72 ล้านเครื่อง จากความต้องการที่อ่อนตัวและข้อจำกัดด้านการผลิตกล้อง
ตลาดสมาร์ทโฟนเรือธงของ Apple เริ่มส่งสัญญาณท้าทาย หลังยอดสั่งซื้อล่วงหน้า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในช่วงแรกอยู่ในระดับ “ไม่ร้อนแรง” ขณะที่รุ่นความจุสูงหลายรายการยังสามารถรับเครื่องได้ทันที
บทวิเคราะห์ของ เจฟฟ์ พู (Jeff Pu) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ จีเอฟ ซีเคียวริตี้ส์ (GF Securities) ระบุว่า ระยะเวลารอรับเครื่องของ iPhone 18 Pro สะท้อนความต้องการช่วงแรกที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับลดประมาณการผลิตทั้ง iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ Apple
iPhone Pro Max บางรุ่นรอเครื่อง 3–4 สัปดาห์
Apple เปิดให้พรีออร์เดอร์ iPhone 18 Pro เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ โดย iPhone 18 Pro Max รุ่นความจุ 256GB และ 512GB ทุกสีในสหรัฐฯ มีระยะเวลารอรับเครื่องประมาณ 3–4 สัปดาห์ เช่นเดียวกับรุ่นความจุ 1TB สี Burgundy
ส่วนตลาดจีน iPhone 18 Pro Max สี Glacier รุ่นความจุ 256GB และ 512GB มีระยะเวลารอรับเครื่องประมาณ 2–3 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม iPhone 18 Pro Max รุ่นความจุ 1TB สี Black และ Glacier ในสหรัฐฯ มีระยะเวลารอเพียง 1–2 สัปดาห์ สะท้อนว่าความต้องการยังไม่แข็งแกร่งเท่าบางรุ่น
ขณะที่ iPhone 18 Pro Max รุ่นความจุ 1TB สี Silver รุ่นความจุ 2TB เกือบทุกสี และ iPhone 18 Pro เกือบทุกรุ่นยังพร้อมส่งมอบทันที โดยมีเพียง iPhone 18 Pro สี Burgundy ความจุ 256GB ที่ต้องรอรับเครื่อง
สเปกขยับน้อย–ราคาสูง กดความต้องการ
เจฟฟ์ พู ประเมินว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการต่ำกว่าคาด มาจากการอัปเกรดสเปกที่ค่อนข้างจำกัด ประกอบกับราคาจำหน่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะรุ่นความจุสูง
iPhone 18 Pro ในสหรัฐฯ มีราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 38,968 บาท) ส่วน iPhone 18 Pro Max เริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42,218 บาท)
สำหรับรุ่นความจุ 2TB มีราคาสูงถึง 2,399 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 77,968 บาท) ในรุ่น iPhone 18 Pro และ 2,499 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 81,218 บาท) ในรุ่น iPhone 18 Pro Max
ระดับราคาดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือหันไปรอพิจารณา iPhone Duo ซึ่งมีกำหนดเปิดพรีออร์เดอร์วันที่ 16 ตุลาคม และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2569
iPhone Duo จ่อแย่งลูกค้า Pro Max
iPhone Duo มีราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 64,968 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 256GB และเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 3,199 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 103,968 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 2TB
เจฟฟ์ พู มองว่า สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นนี้อาจดึงผู้ซื้อบางส่วนออกจาก iPhone 18 Pro Max โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอุปกรณ์ระดับพรีเมียมและพร้อมจ่ายเพื่อทดลองรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple
หั่นเป้าผลิตรุ่น Pro เหลือ 72 ล้านเครื่อง
ด้านห่วงโซ่การผลิต เจฟฟ์ พู ปรับลดประมาณการผลิต iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ลงเหลือรวม 72 ล้านเครื่อง เนื่องจากข้อจำกัดในการผลิตระบบกล้องรูรับแสงแบบปรับได้รุ่นใหม่
ขณะเดียวกันยังปรับลดประมาณการผลิต iPhone Duo ในปี 2569 จากเดิม 7 ล้านเครื่อง เหลือ 6 ล้านเครื่อง เนื่องจากความท้าทายในกระบวนการผลิตบานพับ
การปรับลดประมาณการผลิตของผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่มมีปัจจัยแตกต่างกัน โดยรุ่น iPhone 18 Pro เผชิญข้อจำกัดจากระบบกล้อง ขณะที่ iPhone Duo มีความท้าทายด้านบานพับ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าการลดเป้าผลิตทั้งหมดเกิดจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวเพียงอย่างเดียว
สำหรับมุมมองการลงทุน เจฟฟ์ พู ยังคงคำแนะนำหุ้น Apple ที่ระดับ “ถือ” หรือ Hold พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 369 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น (ประมาณ 11,993 บาทต่อหุ้น)
ที่มา Macrumors







