
iPhone 18 Pro Max VS iPhone 17 Pro Max เทียบชัดๆ มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เจาะสเปก iPhone 18 Pro Max เทียบ iPhone 17 Pro Max ชิป A20 Pro กราฟิกแรงขึ้น แบตเตอรี่เพิ่ม 6 ชั่วโมง พร้อมกล้องใหม่ แต่ตัวเครื่องหนักกว่าเดิม
KEY
POINTS
- iPhone 18 Pro Max อัปเกรดประสิทธิภาพด้วยชิป A20 Pro, Neural Engine 32-core ที่ประมวลผล AI เร็วขึ้น 2 เท่า และระบบระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้น 3 เท่า
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยสามารถเล่นวิดีโอได้นานกว่าเดิมถึง 6 ชั่วโมง และปรับปรุงระบบชาร์จเร็วให้ถึง 50% ในเวลา 15 นาที
- กล้องหลักได้รับการปรับปรุงให้สามารถปรับรูรับแสงได้ 4 ระดับ เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยและควบคุมระยะชัดลึกได้ดียิ่งขึ้น
หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro Max สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ คำถามสำคัญสำหรับผู้ใช้ iPhone 17 Pro Max คือ รุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงมากพอให้ตัดสินใจอัปเกรดหรือไม่ เพราะเมื่อมองจากภายนอก ทั้งสองรุ่นยังคงใช้หน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว และมีขนาดตัวเครื่องใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงสำคัญของ iPhone 18 Pro Max ซ่อนอยู่ภายใน ตั้งแต่ชิป A20 Pro ระบบประมวลผล AI ระบบระบายความร้อน กล้องหลักแบบปรับรูรับแสง ไปจนถึงระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น
“ฐานเศรษฐกิจ” เปรียบเทียบตัวเลขและสเปกสำคัญระหว่าง iPhone 18 Pro Max กับ iPhone 17 Pro Max โดยอ้างอิงข้อมูลของรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อดูว่ารุ่นใหม่ก้าวไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด
หน้าจอ 6.9 นิ้วเท่าเดิม
iPhone 18 Pro Max และ iPhone 17 Pro Max ใช้หน้าจอ OLED แบบ Super Retina XDR ขนาด 6.9 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี ProMotion ที่ปรับอัตรารีเฟรชได้สูงสุด 120Hz เช่นเดียวกัน
รายละเอียดสำคัญของหน้าจอทั้งสองรุ่น ได้แก่
- หน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว
- ความละเอียด 2,868 x 1,320 พิกเซล
- ความหนาแน่น 460 พิกเซลต่อนิ้ว
- รองรับ ProMotion สูงสุด 120Hz
- ความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 นิต
- ความสว่างต่ำสุด 1 นิต
ดังนั้น หากพิจารณาจากขนาด ความละเอียด และความลื่นไหลของหน้าจอเพียงอย่างเดียว iPhone 18 Pro Max ไม่ได้สร้างความแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน จุดเปลี่ยนด้านการแสดงผลอยู่ที่ Dynamic Island ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่และแสดง Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการ
A20 Pro เพิ่ม GPU เป็น 7-core
หัวใจสำคัญของ iPhone 18 Pro Max คือชิป A20 Pro ซึ่งพัฒนาต่อจาก A19 Pro ใน iPhone 17 Pro Max โดยเพิ่มความสามารถด้านกราฟิกและการประมวลผล AI บนอุปกรณ์
ตัวเลขเปรียบเทียบที่น่าสนใจ ได้แก่
- iPhone 17 Pro Max ใช้ชิป A19 Pro
- iPhone 18 Pro Max ใช้ชิป A20 Pro
- GPU เพิ่มจาก 6-core เป็น 7-core
- ประสิทธิภาพกราฟิกเพิ่มขึ้นสูงสุด 40%
- แบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 50%
Apple ระบุว่า A20 Pro เป็นชิป iPhone ที่ทรงพลังและประหยัดพลังงานที่สุดของบริษัท โดยออกแบบแพ็กเกจชิปด้วยแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากชิปตระกูล M ช่วยให้ถ่ายเทความร้อนจากชิปและหน่วยความจำได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข “เร็วขึ้นสูงสุด 40%” เป็นผลการเปรียบเทียบภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของ Apple ประสิทธิภาพที่ผู้ใช้ได้รับจริงจะขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชัน เกม และลักษณะการใช้งาน
Neural Engine เพิ่มจาก 16 เป็น 32-core
อีกหนึ่งจุดที่ได้รับการยกระดับคือระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ โดย iPhone 18 Pro Max ใช้ Neural Engine แบบคู่ ตัวละ 16-core รวมเป็น 32-core
- iPhone 17 Pro Max มี Neural Engine จำนวน 16-core
- iPhone 18 Pro Max มี Neural Engine รวม 32-core
- จำนวนแกนประมวลผลเพิ่มขึ้น 2 เท่า
- พลังประมวลผล AI บนอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 2 เท่า
การเปลี่ยนแปลงนี้รองรับงานที่ใช้ Apple Intelligence ตั้งแต่การประมวลผลภาพ การติดตามวัตถุ การแก้ไขภาพถ่าย ไปจนถึงการทำงานของ Siri AI โดยข้อมูลสำคัญสามารถประมวลผลภายในเครื่องได้มากขึ้น
Vapor Chamber ใหญ่ขึ้น 3 เท่า
iPhone 17 Pro Max เป็นรุ่นที่ Apple เริ่มนำระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber มาใช้ ขณะที่ iPhone 18 Pro Max พัฒนาระบบดังกล่าวให้มีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น 3 เท่า
เมื่อทำงานร่วมกับชิป A20 Pro และวัสดุที่นำความร้อนได้ดีขึ้น Apple ระบุว่ารุ่นใหม่ให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องสูงกว่า iPhone 17 Pro Max สูงสุด 40%
ความเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเห็นผลชัดกับการใช้งานที่ทำให้เครื่องเกิดความร้อนต่อเนื่อง เช่น
- เล่นเกมที่ใช้กราฟิกสูง
- บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K
- ตัดต่อภาพและวิดีโอบนเครื่อง
- ใช้งานโมเดล AI บนอุปกรณ์
- ใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันเป็นเวลานาน
แบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 6 ชั่วโมง
แบตเตอรี่ถือเป็นหนึ่งในจุดต่างที่ชัดเจนที่สุด โดย iPhone 18 Pro Max สามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 43 ชั่วโมง เพิ่มจาก 37 ชั่วโมงใน iPhone 17 Pro Max
ตัวเลขเปรียบเทียบแบตเตอรี่ ประกอบด้วย
- เล่นวิดีโอเพิ่มจาก 37 เป็น 43 ชั่วโมง
- เพิ่มขึ้น 6 ชั่วโมง หรือประมาณ 16.2%
- สตรีมวิดีโอเพิ่มจาก 33 เป็น 38 ชั่วโมง
- เพิ่มขึ้น 5 ชั่วโมง หรือประมาณ 15.2%
- การใช้งานทั่วไปสูงสุด 29 ชั่วโมง
ตัวเลขนี้อ้างอิงรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งยังมีถาด Nano-SIM จึงอาจแตกต่างจากรุ่น eSIM-only ที่วางจำหน่ายในบางประเทศ ส่วนระยะเวลาการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับการตั้งค่า สัญญาณเครือข่าย และรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล
ชาร์จ 50% เร็วขึ้น 5 นาที
iPhone 18 Pro Max ปรับปรุงระบบชาร์จเร็วผ่านสาย โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 50% ได้ภายในประมาณ 15 นาที เทียบกับ iPhone 17 Pro Max ที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- iPhone 17 Pro Max ชาร์จ 50% ในประมาณ 20 นาที
- iPhone 18 Pro Max ชาร์จ 50% ในประมาณ 15 นาที
- ใช้เวลาน้อยลง 5 นาที หรือประมาณ 25%
แต่การชาร์จด้วยความเร็วสูงสุดของ iPhone 18 Pro Max ต้องใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับกำลังไฟถึง 60 วัตต์หรือสูงกว่า พร้อมระบบจ่ายแรงดันไฟฟ้าแบบปรับได้และสาย USB-C โดยอุปกรณ์ชาร์จจำหน่ายแยกต่างหาก
สำหรับการชาร์จไร้สาย ทั้งสองรุ่นรองรับ MagSafe และ Qi2 สูงสุด 25 วัตต์ จึงไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงด้านกำลังไฟอย่างมีนัยสำคัญ
กล้องยัง 48MP สามตัว แต่เปลี่ยนที่รูรับแสง
เมื่อดูจากจำนวนพิกเซล ทั้ง iPhone 18 Pro Max และ iPhone 17 Pro Max มีกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซลครบ 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก กล้อง Ultra Wide และกล้อง Telephoto พร้อมซูมแบบคุณภาพออปติคัลสูงสุด 8 เท่า
จุดเปลี่ยนสำคัญของ iPhone 18 Pro Max คือกล้องหลัก Fusion Main 48MP ที่สามารถปรับรูรับแสงได้ 4 ระดับ ได้แก่
- f/1.48 สำหรับรับแสงสูงสุด
- f/1.8 สำหรับการถ่ายภาพทั่วไป
- f/2.8 สำหรับเพิ่มความชัดลึก
- f/4.0 สำหรับเก็บรายละเอียดทั่วทั้งฉาก
Apple ระบุว่ารูรับแสง f/1.48 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยประมาณ 50% พร้อมเพิ่มตัวควบคุมระดับ Pro สำหรับรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ไวท์บาลานซ์ และฮิสโตแกรม
อย่างไรก็ตาม ความสามารถหลายด้านยังคงเหมือนรุ่นเดิม เช่น วิดีโอ Dolby Vision 4K สูงสุด 120 fps, ProRes RAW, Apple Log 2 และระบบ Genlock ทำให้จุดขายของกล้องรุ่นใหม่อยู่ที่การควบคุมแสงและระยะชัดลึก มากกว่าการเพิ่มความละเอียดหรือเฟรมเรต
ความจุสูงสุดยังอยู่ที่ 2TB
พื้นที่จัดเก็บข้อมูลไม่ใช่จุดที่เปลี่ยนแปลงระหว่างสองรุ่น เพราะทั้ง iPhone 17 Pro Max และ iPhone 18 Pro Max มีความจุให้เลือกเท่ากัน ได้แก่
- 256GB
- 512GB
- 1TB
- 2TB
ผู้ใช้ที่เลือกซื้อรุ่น Pro Max เพื่อถ่ายวิดีโอ 4K, ProRes หรือ ProRes RAW จึงยังมีพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 2TB เช่นเดิม
ตัวเครื่องหนักขึ้น 16 กรัม
แม้ขนาดหน้าจอและมิติตัวเครื่องจะใกล้เคียงเดิม แต่ iPhone 18 Pro Max มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 233 เป็น 249 กรัม
- iPhone 17 Pro Max หนัก 233 กรัม
- iPhone 18 Pro Max หนัก 249 กรัม
- หนักขึ้น 16 กรัม หรือประมาณ 6.9%
- ทั้งสองรุ่นหนา 8.75 มิลลิเมตรเท่ากัน
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับแบตเตอรี่และระบบระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุง และอาจเป็นความแตกต่างที่ผู้ใช้สัมผัสได้มากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางสายตา
iPhone 18 Pro Max คุ้มอัปเกรดหรือไม่
เมื่อเทียบกันแล้ว จุดแข็งของ iPhone 18 Pro Max อยู่ที่ชิป A20 Pro ซึ่งให้กราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 40% ระบบประมวลผล AI เพิ่มขึ้น 2 เท่า ระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ขึ้น และแบตเตอรี่ที่เล่นวิดีโอได้นานกว่าเดิม 6 ชั่วโมง
กล้องหลักแบบปรับรูรับแสงได้ยังเพิ่มความยืดหยุ่นสำหรับช่างภาพและผู้ผลิตคอนเทนต์ โดยเฉพาะการถ่ายในที่แสงน้อยและการควบคุมระยะชัดลึก
ในอีกด้านหนึ่ง หน้าจอ ความละเอียด ความจุสูงสุด และความสามารถในการบันทึกวิดีโอหลักยังใกล้เคียง iPhone 17 Pro Max ขณะที่ตัวเครื่องรุ่นใหม่หนักขึ้นถึง 16 กรัม
ดังนั้น ผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ การเล่นเกม งาน AI หรือการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ จะเห็นประโยชน์จากการอัปเกรดชัดเจนกว่า ส่วนผู้ใช้ iPhone 17 Pro Max ที่ใช้งานทั่วไปและไม่ได้ติดข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่ รุ่นเดิมยังคงมีสเปกที่รองรับการใช้งานได้อีกนาน







