
เทียบ 8 จุดสำคัญ iPhone 18 Pro vs iPhone 17 Pro ต่างกันแค่ไหน
เปิดข้อมูลเปรียบเทียบ iPhone 18 Pro กับ iPhone 17 Pro ทั้งแบตเตอรี่ ชาร์จเร็ว ชิป กล้อง ความจุ และน้ำหนัก รุ่นใหม่คุ้มค่าแก่การอัปเกรดหรือไม่
KEY
POINTS
- iPhone 18 Pro ใช้ชิป A20 Pro ใหม่ พร้อม Neural Engine 32-core และระบบระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกและ AI สูงขึ้นอย่างชัดเจน
- กล้องหลักได้รับการอัปเกรดให้สามารถปรับรูรับแสงได้ 4 ระดับ ส่งผลให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นประมาณ 50%
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น โดยสามารถเล่นวิดีโอได้นานกว่าเดิม 3 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จเร็วถึง 50% ได้ไวขึ้นโดยใช้เวลาเพียง 15 นาที
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro พร้อมชิป A20 Pro กล้องหลักแบบใหม่ที่ปรับรูรับแสงได้ และการปรับปรุงระบบระบายความร้อน เพื่อรองรับการเล่นเกม การผลิตคอนเทนต์ และการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์
แม้ขนาดหน้าจอยังคงอยู่ที่ 6.3 นิ้ว เช่นเดียวกับ iPhone 17 Pro แต่เมื่อพิจารณาตัวเลขภายในจะพบว่า Apple ให้น้ำหนักกับแบตเตอรี่ ความเร็วในการชาร์จ ประสิทธิภาพกราฟิก และพลังประมวลผล AI มากขึ้นอย่างชัดเจน
"ฐานเศรษฐกิจ"รวบรวม 8 ตัวเลขสำคัญ เปรียบเทียบ iPhone 18 Pro กับ iPhone 17 Pro โดยอ้างอิงข้อมูลสำหรับรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ดังนี้
แบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 3 ชั่วโมง
iPhone 18 Pro รองรับการเล่นวิดีโอสูงสุด 34 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจาก iPhone 17 Pro ซึ่งเล่นวิดีโอได้สูงสุด 31 ชั่วโมง
- iPhone 17 Pro เล่นวิดีโอสูงสุด 31 ชั่วโมง
- iPhone 18 Pro เล่นวิดีโอสูงสุด 34 ชั่วโมง
- เพิ่มขึ้น 3 ชั่วโมง หรือประมาณ 9.7%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการทดสอบตามเงื่อนไขของ Apple การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปตามเครือข่าย การตั้งค่า แอปพลิเคชัน และลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล
ชาร์จ 50% ลดเหลือประมาณ 15 นาที
ระบบชาร์จเร็วของ iPhone 18 Pro ใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 50% ประมาณ 15 นาที ลดลงจาก iPhone 17 Pro ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- iPhone 17 Pro ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- iPhone 18 Pro ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
- ใช้เวลาน้อยลง 5 นาที หรือประมาณ 25%
อย่างไรก็ตาม การทำความเร็วระดับดังกล่าวต้องใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับกำลังไฟถึง 60 วัตต์หรือสูงกว่า พร้อมระบบจ่ายแรงดันไฟฟ้าแบบปรับได้และสาย USB-C โดยอะแดปเตอร์จำหน่ายแยกต่างหาก
กราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 40%
iPhone 18 Pro เปลี่ยนมาใช้ชิป A20 Pro พร้อม GPU แบบ 7-core จากเดิมที่ iPhone 17 Pro ใช้ชิป A19 Pro และ GPU แบบ 6-core
Apple ระบุว่า A20 Pro ให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกสูงกว่า iPhone 17 Pro สูงสุด 40% รองรับเกมที่ใช้ทรัพยากรสูง งานตัดต่อวิดีโอ และการประมวลผลภาพที่มีความซับซ้อนได้ดีขึ้น
- iPhone 17 Pro ใช้ชิป A19 Pro
- iPhone 18 Pro ใช้ชิป A20 Pro
- GPU เพิ่มจาก 6-core เป็น 7-core
- ประสิทธิภาพกราฟิกเพิ่มขึ้นสูงสุด 40%
Vapor Chamber มีพื้นที่เพิ่มขึ้น 3 เท่า
ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ถูกนำมาใช้ใน iPhone 17 Pro ก่อนจะได้รับการพัฒนาต่อใน iPhone 18 Pro
Vapor Chamber รุ่นใหม่มีพื้นที่ผิวสำหรับกระจายความร้อนเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อทำงานร่วมกับการออกแบบชิป A20 Pro และวัสดุที่นำความร้อนได้ดีขึ้น Apple ระบุว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลโดยตรงกับงานที่ใช้ทรัพยากรเครื่องเป็นเวลานาน เช่น การเล่นเกม การบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง และการใช้งานโมเดล AI บนอุปกรณ์
Neural Engine เพิ่มจาก 16 เป็น 32-core
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ โดย A20 Pro ใช้ Neural Engine แบบคู่ ตัวละ 16-core รวมเป็น 32-core จาก Neural Engine แบบ 16-core ในชิป A19 Pro
- iPhone 17 Pro มี Neural Engine จำนวน 16-core
- iPhone 18 Pro มี Neural Engine แบบคู่ รวม 32-core
- จำนวนแกนประมวลผลเพิ่มขึ้น 2 เท่า
- แบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 50%
Apple ระบุว่า Neural Engine รุ่นใหม่มีพลังประมวลผลสำหรับ AI บนอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 2 เท่า ช่วยรองรับ Apple Intelligence และฟีเจอร์กล้องที่ใช้การประมวลผลแบบเรียลไทม์
ถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีขึ้นประมาณ 50%
แม้ iPhone 17 Pro และ iPhone 18 Pro จะมีกล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซลครบทั้ง 3 ตัว แต่ iPhone 18 Pro เพิ่มกล้องหลัก Fusion Main ที่สามารถปรับรูรับแสงได้
รูรับแสงมีให้เลือก 4 ระดับ ได้แก่
- f/1.48 สำหรับรับแสงสูงสุด
- f/1.8 สำหรับการถ่ายภาพทั่วไป
- f/2.8 สำหรับเพิ่มความชัดลึก
- f/4.0 สำหรับเก็บรายละเอียดของฉากได้ลึกขึ้น
Apple ระบุว่าเมื่อใช้รูรับแสง f/1.48 กล้องจะมีประสิทธิภาพในสภาวะแสงน้อยดีขึ้นประมาณ 50% ช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนและภาพภายในอาคารได้เร็วและสว่างขึ้น
ความจุสูงสุดเพิ่มจาก 1TB เป็น 2TB
iPhone 18 Pro เพิ่มตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บสูงสุดเป็น 2TB จากเดิมที่ iPhone 17 Pro รุ่นหน้าจอ 6.3 นิ้วมีความจุสูงสุด 1TB
- iPhone 17 Pro มีความจุ 256GB, 512GB และ 1TB
- iPhone 18 Pro มีความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB
- พื้นที่จัดเก็บสูงสุดเพิ่มขึ้น 2 เท่า
ความจุ 2TB รองรับกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ต้องบันทึกวิดีโอ 4K, Dolby Vision, ProRes และ ProRes RAW ซึ่งใช้พื้นที่จัดเก็บสูงกว่าวิดีโอทั่วไป
น้ำหนักเพิ่มขึ้น 5 กรัม
ขณะที่ประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น ตัวเครื่อง iPhone 18 Pro มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 206 กรัม เป็น 211 กรัม
- iPhone 17 Pro หนัก 206 กรัม
- iPhone 18 Pro หนัก 211 กรัม
- น้ำหนักเพิ่มขึ้น 5 กรัม หรือประมาณ 2.4%
ทั้งสองรุ่นยังมีหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว และตัวเครื่องหนา 8.75 มิลลิเมตรเท่ากัน จึงถือว่าขนาดโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก
iPhone 18 Pro เปลี่ยนภายในมากกว่าภายนอก
เมื่อพิจารณาจากตัวเลขทั้งหมด iPhone 18 Pro ไม่ได้เปลี่ยนขนาดหน้าจอหรือสัดส่วนตัวเครื่องอย่างมีนัยสำคัญ แต่เน้นยกระดับองค์ประกอบภายใน ตั้งแต่ชิป A20 Pro, Neural Engine 32-core, ระบบระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้น ไปจนถึงแบตเตอรี่และการชาร์จเร็ว
ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้โดยตรง ได้แก่ ระยะเวลาเล่นวิดีโอที่เพิ่มขึ้น 3 ชั่วโมง การชาร์จถึง 50% ที่เร็วขึ้น 5 นาที และกล้องหลักปรับรูรับแสงได้ ซึ่งเป็นจุดต่างสำคัญระหว่าง iPhone 18 Pro กับ iPhone 17 Pro
ทั้งนี้ ตัวเลขประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เป็นข้อมูลจาก Apple ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของบริษัท ผลการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามอุปกรณ์เสริม ซอฟต์แวร์ เครือข่าย และรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล







