
ETDA เดินหน้าปี 70 ปูทาง “กระเป๋าเอกสารดิจิทัล” ยืนยันสิทธิผ่านมือถือ
ETDA เดินหน้าปี 2570 พัฒนาระบบเอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ปูทางสู่ “กระเป๋าเอกสารดิจิทัล” บนมือถือ ให้ประชาชนยืนยันสิทธิและคุณสมบัติผ่านระบบออนไลน์ ลดการยื่นเอกสารซ้ำ พร้อมกำกับมาตรฐานผู้ให้บริการ
KEY
POINTS
- ETDA ตั้งเป้าผลักดัน "กระเป๋าเอกสารดิจิทัล" ภายในปี 2570 ให้ประชาชนใช้ยืนยันสิทธิและคุณสมบัติต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยใช้เทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องและแหล่งที่มาของเอกสารได้
- จะมีการวางกลไกกำกับดูแลผู้ให้บริการ จัดทำรายชื่อผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ (VC Trusted List) และกำหนดมาตรฐานกลาง เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทุกภาคส่วนเชื่อมต่อกันได้อย่างปลอดภัย
- ประโยชน์หลักคือเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ลดการใช้เอกสารซ้ำซ้อน ช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุนการตรวจสอบเอกสาร และทำให้ภาครัฐให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Digital ID และเอกสารดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เอกสารยืนยันตัวตน สิทธิ หรือคุณสมบัติผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเอกสารสามารถตรวจสอบได้ว่าออกโดยหน่วยงานใด เป็นเอกสารจริง และไม่มีการแก้ไขข้อมูล
เทคโนโลยีดังกล่าวเรียกว่า Verifiable Credentials (VC) หรือเอกสารรับรองดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ พูดง่าย ๆ คือ เอกสารดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้ออก เอกสารเป็นของจริงหรือไม่ และข้อมูลถูกแก้ไขหรือไม่ โดยในปี 2570 ETDA จะเดินหน้าตั้งแต่การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ การจัดทำรายชื่อผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ หรือ VC Trusted List ไปจนถึงการกำหนดแนวทางประเมินและติดตามมาตรฐานการให้บริการ
จากยืนยันตัวตน สู่ยืนยันสิทธิ-คุณสมบัติ
นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ ETDA กล่าวในงาน “16 ปี ETDA CO-CREATING A FUTURE OF DIGITAL TRUST” ว่า ก้าวต่อไปของ Digital ID ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องสนับสนุนให้เกิดบริการที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนมากขึ้น
จากเดิมที่ประชาชนคุ้นเคยกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านดิจิทัล หรือ Digital ID ลำดับต่อไปคือการตรวจสอบว่าบุคคลนั้นมีสิทธิ คุณสมบัติ หรือสถานะอะไร เช่น จบการศึกษาจากที่ใด มีวุฒิการศึกษาอะไร มีอายุถึงเกณฑ์รับบริการบางประเภทหรือไม่ หรือมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากภาครัฐหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบเอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้องได้
ที่ผ่านมา ETDA ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital ID ทั้งในมิติกฎหมายและระบบนิเวศผู้ให้บริการ พร้อมมี Roadmap และมาตรฐานทางเทคนิคที่สอดคล้องกับแนวทางสากล เพื่อให้ระบบของหน่วยงานและผู้ให้บริการต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงความพร้อมด้านเทคโนโลยี แต่คือการทำให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้งานอย่างปลอดภัย และขยายผลไปสู่บริการที่หลากหลายมากขึ้น
วางมาตรฐานผู้ให้บริการ สร้างระบบที่ตรวจสอบได้
ปี 2570 ETDA จึงวางกลไกกำกับดูแลผู้ให้บริการ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การจัดทำ VC Trusted List เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ รวมถึงการพัฒนาแนวทางกำกับ ประเมิน และติดตามการให้บริการ
เป้าหมายคือทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกเอกสาร การนำเอกสารมาแสดง ไปจนถึงการตรวจสอบเอกสารดิจิทัลมีมาตรฐาน และสามารถเชื่อมโยงระหว่างระบบได้อย่างปลอดภัย
นางสาวจิตสถา กล่าวว่า การทำให้ระบบนิเวศเกิดขึ้นได้จริง ทุกฝ่ายต้องมองเห็นประโยชน์ร่วมกัน โดยสำหรับประชาชน เอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบได้จะช่วยลดการยื่นเอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง ลดการถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญทิ้งไว้กับหลายหน่วยงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนจัดเก็บเอกสารดิจิทัลไว้ใน Document Wallet หรือกระเป๋าเอกสารดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือ
ประชาชนสามารถเลือกเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น และทำให้ประชาชนควบคุมข้อมูลของตนเองได้มากขึ้น
ธุรกิจลดภาระตรวจเอกสาร รัฐตรวจสิทธิเร็วขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจ ระบบดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนและภาระในการตรวจสอบเอกสาร รวมถึงลดความเสี่ยงจากเอกสารปลอม เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ว่าเอกสารถูกออกโดยหน่วยงานใด มีความถูกต้องหรือไม่ และถูกเพิกถอนแล้วหรือยัง
ขณะที่ภาครัฐจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอนการขอเอกสารซ้ำ และตรวจสอบสิทธิหรือคุณสมบัติของประชาชนได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
อีกทิศทางสำคัญในปี 2570 คือการนำร่องเอกสารสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ตลอดจนการใช้ Digital Document Wallet ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้การจัดเก็บและแสดงเอกสารดิจิทัลสามารถนำไปใช้กับบริการต่าง ๆ ได้จริง
ETDA ดึงพันธมิตรร่วมออกแบบระบบตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบเอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย ETDA จะดึงพันธมิตรที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมออกแบบตั้งแต่ระยะแรก ครอบคลุมทั้งด้านมาตรฐาน เทคนิค กลไกกำกับดูแล และรูปแบบการใช้งาน
การร่วมออกแบบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้แต่ละระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ ลดปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างระบบในภายหลัง และช่วยให้การขยายผลการใช้งานเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น
นางสาวจิตสถา กล่าวว่า หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมา แต่ต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์และเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ให้บริการสามารถเชื่อมโยงกันภายใต้มาตรฐานและกลไกที่น่าเชื่อถือ ระบบเอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการดิจิทัลได้ง่าย ปลอดภัย และควบคุมข้อมูลของตนเองได้จริง
การขับเคลื่อน Digital ID ในปี 2570 จึงเป็นการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่ ETDA วางไว้ ไปสู่การสร้างระบบเอกสารดิจิทัลที่มีมาตรฐาน มีกลไกกำกับดูแลผู้ให้บริการ และมีการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพื่อให้เอกสารสำคัญของทั้งภาคธุรกิจและประชาชนสามารถนำไปใช้ในโลกดิจิทัลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และตรวจสอบได้







